วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ปัญหาน้ำท่วม ตำรวจนครบาล ประกาศแก้ไข !

จากที่ผมได้โพสบทความที่แล้วไปเมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.56) เกี่ยวกับ รถตู้ กลับรถตัดหน้ากระทันหัน ซึ่งในบทความนั้นผมก็ได้บอกแล้วว่า เป็นวันที่รถติดมหาศาลอย่างมากมาย เป็นผลมาจากฝนตกหนัก เกิด ปัญหาน้ำท่วม บนผิวถนน จราจร อย่างแท้จริง โดยเวลาที่รถติดแหง็กบนถนนนานกว่าเดิมเป็นสองถึงสามเท่าจากปกติ ติดกันแบบว่านิ่งสนิทกันทั้งถนนในกรุงเทพเลยจะว่างั้นก็ได้ จนในที่สุดก็เป็นเรื่องใหญ่โต จนต้องทำให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หันมาสนใจ ที่จะดูแลเรื่องนี้แล้วครับ

ปัญหาน้ำท่วม

โดยวันนี้ (12 มิ.ย. 56) ก็ได้มีการประชุม โดยการนำของ ท่าน พล.ต.ต.วรศักดิ์กล่าวว่า นพสิทธิพร รอง ผบช.น. ดูแลงานจราจร เป็นผู้นำในการประชุมหารือ มาตรการแก้ไขปัญหา "ฝนตก รถติด" เสียที เพราะเชื่อว่า ท่านก็คงเห็นเหมือนกันว่า "ฝนตก" มันไม่น่าจะทำให้ "รถติด" ได้ จากการประชุมกันอย่างเคร่งเครียด ในที่สุดก็ออกมาจนได้ กับ 4 มาตรการ ที่ออกมาเพื่อให้ตำรวจนครบาล ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา "ฝนตก รถติด" โดยให้เหตุผลว่าช่วงนี้ในกรุงเทพมหานครเป็นช่วงที่มีฝนตกบ่อย และเกิดปัญหาน้ำท่วมขังบนพื้นถนนทำให้การรถเคลื่อนตัวได้ช้าและเกิดการติดขัดสะสมต่อเนื่อง จึงได้มีการสั่งการให้ทุกสถานีตำรวจ ดำเนินการดังนี้

มาตรการรับมือ ปัญหาน้ำท่วม รถติด

1. เตรียม ตำรวจจราจร ชุดช่วยเหลือน้ำท่วม ให้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง โดยจราจรชุดนี้ จะเป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนที่เกิดปัญหาจากเหตุน้ำท่วม (อันนี้ผมเข้าใจว่าคงเป็นในกรณีที่รถเสีย น้ำเข้าเครื่องแล้วจอดขวางถนน ซึ่งผมว่าถ้าจะช่วยนะ คงเข็นไม่ไหว คงต้องมี รถเครน เข้ามาช่วยด้วยล่ะมั้ง?) รวมทั้งเข้าไปแก้ไขปัญหาการจราจรที่เกิดขึ้นจากเหตุน้ำท่วมบนผิวถนนอย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ (อันนี้ผมเข้าใจว่าคงเป็นในกรณีที่น้ำมันท่วมผิวถนนไป 1 ช่องทาง รถส่วนใหญ่เลยต้องมาวิ่งช่องทางเดียว) อุปกรณ์ประจำชุดนี้ต้องมีความพร้อม ทั้งเครื่องขยายเสียง เครื่องสูบน้ํา ขนาดเล็ก ปั๊มน้ํา และอื่นๆ ตามที่ได้มีบันทึกสั่งการไว้

2. จุดที่เกิด ปัญหาน้ำท่วม ขังบนพื้นผิวถนน ต้องรีบหาทางแก้ไข (ทำยังไง?) โดยให้รีบประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นถนนโดยเร็ว (เร่งระบายน้ำจากผิวถนน ทำยังไงครับ ก็มันระบายตามท่อ แต่มันระบายได้ช้าเพราะท่ออุดตัน ประสานไปก็เท่านั้น ทาง กทม. หน่วยแม่งานใหญ่ยังทำไรไม่ได้เลยครับ) รวมทั้งให้จราจรเตรียมเครื่องสูบน้ำที่ สามารถจัดหามาได้ (อันนี้ดีครับ แต่ติดตรงคำว่า "ที่สามารถจัดหามาได้" แปลว่าให้ไปหากันเอาเองนะครับ สน.ใครก็ สน.มัน) ดำเนินการนำน้ำออกจาพื้นผิวถนนเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร

3.ถ้าเกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักจากเหตุน้ำท่วม (ฟังดูแล้วเหมือน flood in thailand จะ return กลับมา ดูซีเรียสมากๆ) ให้ระดมกำลังและอุปกรณ์จากทุกฝ่าย เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างเต็มที่ (เหมือนจะซ้ำซ้อนกับข้อ 1 และ 2 นะครับ)

4. กรณีมีปัญหาการ จราจร ไม่สามารถเข้าสู่จังหวัดนนทบุรีได้ (แค่ตรงถนนที่เข้าจังหวัดนนทบุรีเหรอครับ สรุปว่าที่รถติดกรุงเทพนี่ เพราะรถเข้าจังหวัดนนทบุรีเหรอครับ ไปปทุม ไปสมุทรปราการนี่ไม่ติดเหรอครับ งงครับ) ให้ตำรวจสน.พื้นที่ที่ติดกัน ข้ามเขตเข้าไปช่วยจัดการ จราจร เพื่อเปิดทางให้รถเคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ให้ล็อคเป็นวงแหวนเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ แบบที่เกิดขึ้นเมื่อคืน (11 มิ.ย. 56) ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ สน.ประชาชื่น, สน.ทุ่งสองห้อง, สน.ดอนเมือง, สน.บางเขน (เน้น 4 สน. ที่ติดกับทางเข้าจังหวัดนนทบุรีไปเต็มๆ) ต้องรีบเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างรวดเร็ว รวมทั้งให้ทำการเร่งรถออกนอกเมืองให้เคลื่อนตัวออกไปได้อย่างต่อเนื่อง  ทั้งนี้ ให้ทุกสถานีตำรวจถือปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาการจราจรกรณีเกิดเหตุน้ำท่วมขังบนพื้นผิวถนนอย่างเคร่งครัด

จากที่อ่านๆ ดูกับ ประกาศที่ทาง ตำรวจนครบาล ออกมาตรการมา 4 ข้อนี้ ผมก็ยัง งงๆ อยู่ว่า มันจะช่วยให้รถไม่ติดตอนฝนตกได้อย่างไร สงสัยมากๆ ครับ นอกจากนี้ เส้นทางถนนอื่นที่ไม่ใช่เส้นทางที่มุ่งหน้าเข้าจังหวัดนนทบุรีนี่ไม่ติดเหรอครับ เช่นเส้นทางถนน ที่มุ่งหน้าไป ปทุมธานี หรือ มุ่งหน้าไปจังหวัดสมุทรปราการ นี่รถไม่ติดตอนฝนตกเหรอครับ ก็ลองดูครับ ว่าในวันพรุ่งนี้ ฝนตกตอนเย็น จะยังมีอาการ "ล็อค" เกิดขึ้นในกรุงเทพอีกหรือไม่ รอดูกันครับ

หวิดชน! รถยนต์ โตโยต้า ผ่าไฟแดงเกือบชนมอเตอร์ไซค์ แยกเศรษฐศิริ อีกแล้ว !?

เช้านี้ (12 มิ.ย. 56) เอาอีกแล้วครับ กับแยกเศรษฐศิริ ที่ผมเคยนำมากล่าวไปแล้วเรื่องแรกเลยของเวบนี้ เกี่ยวกับรถติดแบบสาหัสในช่วงเวลาเร่งด่วนที่ แยกเศรษฐศิริ ผมเลยตัดคลิปที่ผมถ่ายจาก กล้องติดหน้ารถ มาฝากถึง 2 คลิป เอามาให้ดูกันให้เห็นจะจะ กันไปเลยครับ ว่าเวลารถติดตรงแยกนี้แล้วมันยุ่งขนาดไหน แล้วความที่มันยุ่ง “จอแจ” แออัดไปหมดแบบนี้ กลางสี่แยก มันสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากแค่ไหน

หวิดชน! รถยนต์ โตโยต้า

ในคลิปแรกผมอยากจะนำเสนอ ว่าช่วงเวลาเร่งด่วนในตอนเช้าเนี่ย ตรงแยกเศรษฐศิริเนี่ย มันมีรถติดกันมากขนาดไหน สาเหตุก็มาจากระบบการนับเวลาไฟแดงอัตโนมัติ ที่ไม่สมดุลกับรถที่อยู่ตรงแยก สมควรจะมีตำรวจอยู่ที่ป้อมเพื่อกำหนดไฟแดงแบบ manual เองมากกว่าจะเป็นแบบ Auto ซึ่งในแยกนั้น บางฝั่งที่ไม่มีรถเลย กลับมีไฟเขียวเสียยาวนาน ในขณะที่อีกฝั่งรถจอดติดยาวนาน ไฟแดงกลับยาวนานเกินกว่า 1 นาทีอีก แบบนี้ถือว่าไม่เหมาะสมครับ นอกจากนี้ยังมีตอนที่รถไฟมาอีก ต้องกั้นทางตรงทางรถไฟเอาไว้ รถมันก็เหมือนอั้นน่ะครับ เหมือนเราปิดจุกก๊อกน้ำเอาไว้ แทนที่พอรถไฟผ่านไป เหมือนเราเปิดจุกก๊อก ต้องรีบปล่อยให้น้ำพุ่งออกไป แต่ไฟแดงอีกเหมือนเคยครับ อั้นเอาไว้ ให้มันติดนานเข้าไปอีก คนก็หงุดหงิด ความไร้วินัย ไร้มารยาท ไม่เคารพกฎ จราจร ก็เกิดขึ้นเลย นิสัย “แถม” ก็เลยเป็นที่นิยมกัน แล้วก็ไปขวางกันอยู่กลางแยก พอถึงคราวที่รถอีกฝั่งเค้าจะไป มันก็ไปไม่ได้ เพราะมันขวางกันอยู่เต็มแยก ติดกันเข้าไปอีก ตรงนี้ทำไมตำรวจ จราจร ท้องที่ไม่ดำเนินการ รู้อยู่แล้วว่าปัญหามันคืออะไร แล้วทำไมไม่แก้ให้มันตรงจุด ผมใช้ทุกวันผมรู้ดี แต่ตำรวจท้องที่ เป็นเจ้าของพื้นที่ ซึ่งมีอยู่แค่นั้นน่ะ อยู่ตรงนั้นทั้งวัน ย่อมต้องรู้ดีกว่าผมสิครับ จริงมั้ย? มาดูคลิปกันเลยครับ

ตัวอย่าง รถยนต์ โตโยต้า ผ่าไฟแดงเกือบชนมอเตอร์ไซค์ แยกเศรษฐศิริ


พวกที่ชอบ “แถม” เนี่ย มันก็แก้ไม่ยากครับ หากมีการติดกล้องจับพวกผ่าไฟแดงตรงนี้ซะ แล้วทำให้มันเริ่มทำงานทันทีหลังจากที่ไฟแดงเริ่มทำงาน แปลว่า ถ้าไฟแดงฝั่งไหนทำงาน กล้องก็จะจับไปที่ฝั่งนั้นทันที คันไหนแถมมาก็ปรับไป แล้วก็ปรับให้หนักด้วยนะครับ หรือไม่ ตำรวจจราจรก็มาประจำป้อมตรงนั้นเลยครับ แล้วเดินยึดใบขับขี่พวกที่แถมหลังจากไฟแดงเลย ไม่ยากครับ และจะไม่มีใครมาถ่ายคลิปว่าคุณตำรวจด้วย เพราะมันคือสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งดีๆ แบบนี้มีแต่คนชื่นชมครับ ถ้าคุณตำรวจลงมือทำน่ะครับ

สำหรับคลิปที่ 2 ก็อยากนำเสนอ นาทีเฉียดฉิว ที่ รถยนต์ toyotaแถม” ผ่าไฟแดง มา แถมมาอย่างเร็วเสียด้วย เกือบชน รถมอเตอร์ไซค์ ที่เค้ามาตามไฟสัญญาณสีเขียวที่ถูกต้อง นิดเดียวจริงๆครับ ผมปฏิบัติตามกฎจราจร แม้ว่าฝั่งผมจะไฟเขียวให้ผมเลี้ยวขวาได้ แต่ผมเห็นแล้วว่าถ้าผมเลี้ยวขวาไป ก็ไปคาอยู่กลางแยก ผมก็ไม่ทำครับ แม้จะรีบไปทำงานก็จริง ดูตามคลิปเลยครับ ถ้า รถเก๋งโตโยต้า เบรคไม่ทันแล้วชนขึ้นมา ทุกท่านคิดว่า ใครจะผิดครับ ?


ผมจะไม่ลังเลเลย ถ้า รถยนต์ toyota คันนี้ ชน รถมอเตอร์ไซค์ คันนั้น ผมจะเดินลงไปหาพี่คนขับ มอเตอร์ไซค์ แล้วบอกว่า พี่ผมมีคลิปอัดเอาไว้ใน กล้องติดหน้ารถ ผมอยู่ เอาเบอร์ผมไป เดี๋ยวผมเอาข้อมูลใส่ Thumb Drive ไปให้ที่โรงพัก เล่นมันให้หนักเลย เห็นชัดๆ ว่าใครผิด ใครถูกอยู่แล้ว ผมล่ะเกลียดนัก พวกชอบมักง่าย เห็นแก่ตัว ทำผิดกฎ จราจร เนี่ย เอะอะ ก็อ้างว่ารีบ มันก็รีบทุกคนนั่นแหละ ผมเห็นแหมบางคนรีบผ่าไฟแดง แซงลัดคิวกันจริง ตรงแยกเนี่ย พอผ่านแยกไป วิ่งตรงๆ โล่งๆ ยาวๆ ไม่เห็นพวกมันจะขับเร็วเลย ก็เห็นมันขับเอื่อยๆ แล้ว แหม..มาทำเป็นรีบ เลวบัดซบจริงๆ ไอ้พวกนี้

ผมเชื่อว่าหลังจากดูคลิปทั้ง 2 คลิปนี้แล้ว ก็คงจะเห็นนะครับ ว่าการ จราจร ใน กรุงเทพ มันป่วย ขนาดไหน ทุกคน ต่างก็รีบจะไป ไม่สนใจกฎ ระเบียบ วินัย มารยาท หรืออะไร ไม่สนทั้งนั้น เอาตัวเองให้ไปได้ก่อน แค่นั้นพอ นำมาสู่ความวุ่นวาย จอดขวางกันเต็มไปหมด แออัดไปหมด โอเคเหรอครับ ที่จะอยู่กันแบบนี้ และ แน่ใจแล้วเหรอครับ ว่าจะอยู่กันแบบนี้ นับวันรถก็ยิ่งเยอะขึ้นนะครับ มือใหม่ก็ยิ่งเยอะ แถมมีแต่ตัวอย่างที่ไม่ดีแบบนี้ ก็ยิ่งมีคนไม่เคารพกฎจราจรกันมากขึ้น รถมันก็จะยิ่งติดกว่านี้อีกเท่าทวีคูณ โอเคมั้ยครับ กับชีวิตที่ต้องอยู่บนถนนให้นานกว่านี้ แถมเปลืองเงินค่าน้ำมัน ให้มันมากกว่านี้ เพราะรถติดมากขึ้น ทุกคนนิ่งเฉย กับการทำผิดกฎจราจร ตำรวจจราจร ก็ไม่ทราบว่า กำลังพลใน สน. ไม่พอ หรือขี้เกียจมาทำงาน

รถยนต์โตโยต้า

สิ่งที่ผมเห็นทุกเช้า และเย็น ในเวลาเร่งด่วนคือ ตำรวจจราจร จะยืนโบกมือ พร้อมกับ ว.วิทยุไปด้วย ยิ่งตอนไหนรถวิ่งได้ ตำรวจจะยิ่งโบกมือให้เร็วๆ ขึ้น เคยมองแล้วสงสัยมั้ยครับ ว่า ถึงคุณตำรวจจะโบกมือ หรือกวักมือให้รถไปเร็วแค่ไหน รถมันก็ไม่ได้วิ่งไปเร็วขึ้นตามมือคุณหรอกครับ เพราะดูข้างหลังคุณตำรวจสิ รถติดยาวเชียว ใครจะบ้าเหยียบตามที่คุณตำรวจกวักมือให้ไปล่ะครับ ที่สำคัญเลย คุณตำรวจครับ คุณตำรวจมี ว. หรือ วิทยุ อยู่ในมือ มายืนเฉยๆ แล้ว ว. รายงานกันว่าตรงไหนติดมาก ท้ายยาวไปถึงไหนแล้ว แค่นั้นก็พอแล้วครับ ไม่ต้องมากวักมือหรอกครับ

พูดถึงเรื่องตำรวจจราจรเร่งกวักมือให้รถวิ่งเร็วเนี่ย ขอชื่นชม สน.เตาปูน นิดนึงครับ เพราะผมใช้เส้นทางนั้นบ่อยพอสมควร ตรงช่วงหน้าโลตัสเตาปูน ที่มีสะพานน่ะครับ ที่เป็นเส้นเชื่อมต่อ ถนนพระราม 5 กับ ถนนประชาชื่น ตำรวจที่นี่เค้าทำงานเป็นทีมครับ เค้าจะนัดกันปิดถนน ปล่อยรถเป็นฝั่งๆเลยครับ แบบให้วิ่งทีเดียว 4 เลนกันเลย ฝั่งไหนไฟเขียว ก็จะระบายรถแบบเต็มที่เลย ฝั่งไหนไปไม่ได้ ก็ไม่ให้ไปแออัดกันอยู่ตรงนั้น ในช่วงเวลาเร่งด่วน ตำรวจเตาปูน ระบายรถ แก้ปัญหาการจราจรตรงนี้ได้ดีมากๆครับ ขอชมเชย

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

รถตู้วิน จตุจักร เอาอีกแล้ว กลับรถตัดหน้าเฉยเลย

เพิ่งจะเขียนบทความเกี่ยวกับพวก วินรถตู้ ขาใหญ่แถว จตุจักร ไปหมาด ต้องมาเจออีกแล้ว กับการขับรถแย่ๆ นิสัยเลวๆ ของพวกมัน พวกคนขับ รถตู้ วิน ในขณะที่เมื่อเย็นนี้ (11 มิ.ย. 56) ฝนกำลังตกลงมาอย่างหนัก ผมก็กำลังจะขับรถจากถนนกำแพงเพชร ด้านหลัง ตลาดนัดจตุจักร มาออกที่ถนนพหลโยธิน เพื่อไปรับแฟนที่สถานีรถไฟฟ้า หมอชิต ฝนมันก็เริ่มตกหนักลงมา ต้องมาเจอรถตู้กลับรถตัดหน้าอีก เบรกเกือบไม่ทัน กระทืบเต็มที่จน ABS ทำงานกันเลยทีเดียว เกือบไปจริงๆ

รถตู้วิน จตุจักร

มีทุกวันครับ กับเหตุการณ์หวาดเสียวบนท้องถนนเมืองไทย นี่ผมเป็นแค่ประชาชนคนธรรมดาคนนึง ที่ใช้ถนนแค่เช้ากับเย็น แค่ไปทำงานกับ กลับบ้านนะครับ ยังเจออะไรขนาดนี้ ไม่อยากจะนึกถึงพวกที่ต้องขับรถไปไหนมาไหนในกรุงเทพตลอด คงปวดใจอย่างแน่นอน ผมอยากให้ดูคลิปนี้ครับ ไม่ยากหรอกครับ แค่ไม่กี่วินาที แต่มันบอกได้หมดครับ ด้านหลัง จตุจักร ฝนกำลังตก ถนนกำลังลื่น รถตู้ตัดสินใจกลับรถตัดหน้าผมทันที บนถนนที่มีการตีเส้นทึบกลางถนน ซึ่งแปลว่าห้ามกลับรถนั่นเอง ผมต้องเบรกตัวโก่ง ทั้งๆ ที่ไม่ได้มาเร็วนะครับ แต่มันเป็นอะไรที่กะทันหันจริงๆ หวาดเสียวครับ และผมโกรธ โมโหมากๆ ดูคลิปกันเลยครับ

ตัวอย่าง รถตู้วิน จตุจักร ขับรถมารยาททรามสุดๆ


จากเหตุการณ์นี้ วินาทีนั้น ผมเข้าใจอารมณ์ของคนที่ชักปืนออกมายิงกันเพราะเรื่องแค่ขับรถปาดกันได้เลยทีเดียว มันเกิดจากมารยาทที่ทรามมากๆ ของคนขับรถอีกฝ่าย ถ้าผมมีปืนอยู่ในรถ คงตีรถคู่ขึ้นไป แล้วเปิดกระจก เอากระสุนให้คนขับรถตู้คนนั้นแดกไปแล้วครับ มันน่าโมโหมากๆ ครับ เห็นแก่ตัวเหลือเกิน หรือว่าผมใจร้อนเกินไป? และนี่คือสาเหตุที่ผมไม่เคยคิดที่จะพกอาวุธอะไรไว้บนรถเลย เพราะผมกลัวจะทนไม่ไหว กับการขับรถระยำๆ แบบนี้

จอแจ.com รถตู้วิน จตุจักร

อย่างที่ผมเคยบอกไปแล้วในบทความเกี่ยวกับ รถทัวร์ กลับรถตัดหน้า ก็ที่หมอชิตนี่อีกแหละครับ รถที่เป็นรถรับจ้าง มีผู้โดยสารอยู่ในรถ ไม่ควรกระทำนะครับ ที่จะขับรถแบบ มักง่าย และประมาทแบบนี้ ต้องคำนึงถึงชีวิตคนที่อยู่ในรถ หรือผู้โดยสาร และต้องคำนึงถึงชีวิตรวมทั้งทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ อีกด้วย น่าเสียดายนะครับ ที่ผมมีกล้องวีดีโอติดหน้ารถ สามารถบันทึกเหตุการณ์ได้ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่มีใครช่วยผมได้เลย และก็เช่นกัน ไม่มีใครช่วยทุกๆ ท่านที่กำลังอ่านบทความนี้ได้เลย หากทุกท่านเจอแบบผม

ขอให้คิดว่า ผมเป็นตัวแทนของทุกท่าน ผมก็เป็นคนธรรมดา ไม่ใช่คนใหญ่คนโตอะไร ทำงานต็อกต๋อย ผมเป็นเหมือนกับทุกท่าน ใช้ชีวิตธรรมดาๆ ถ้าผมเจออะไร ท่านก็ต้องได้มีโอกาสเจอแบบผมอย่างแน่นอนครับ เจอแน่ๆ เพียงแต่จะเมื่อไหร่ก็เท่านั้น นับวันคนเราก็ยิ่งมักง่าย มารยาททรามบนถนนกันเยอะแยะ ถ้าท่านเห็นว่าเรื่องที่ผมเจอมาเป็นเรื่องเล็ก เมื่อท่านได้มีโอกาสเจอกับตัวแล้วท่านก็จะเข้าใจเอง ว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

การจราจรทุกวันนี้ ในกรุงเทพ ย่ำแย่มากๆครับ ต่อจากเหตุการณ์ รถตู้ วิน กลับรถตัดหน้ากะทันหัน ก็ต้องมาเจอกับ โคตร รถติด ไม่รู้เพราะอะไร “ฝนตก” ถึงต้อง “รถติด” ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลย ฝนมันลงมาทำให้รถเปียกแล้ววิ่งได้ช้าลงหรือ อันนี้ก็ไม่ใช่ แล้วทำไมกัน ? ทั้งๆ ที่ทุกวันที่ฝนไม่ได้ตก มันก็ติด แต่มันก็พอเคลื่อนตัวกันไปได้ แต่นี่พอฝนตกลงมา เส้นทางไหนที่เคยไปได้ ก็ติดไปหมด ทุกท่าน เคยนึกสงสัย เป็นคำถามในใจกันบ้างมั้ยครับ ?

วันนี้รถติดมากๆ และผมก็เชื่อว่า ทุกท่านที่อยู่ในกรุงเทพ ก็คงจะรู้สึกว่า วันนี้มันเป็นอะไร ติดมากเกินไปมั้ย แค่ฝนตกหนักแค่เนี้ย จะติดอะไรนักหนา จากที่ปกติผมใช้เวลาฝ่ารถติดกลับบ้าน 1 ชม. วันนี้ฝนตก ผมใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง กว่าจะกลับถึงบ้านได้ โหดสุดๆครับ สิ้นเปลืองพลังงานกันแบบเต็มเหนี่ยว เฉพาะจอดติดอยู่ที่ถนนพหลโยธิน ตรงสถานีรถไฟฟ้า หมอชิต ก็ปาเข้าไป 45 นาทีแล้วครับ เคยเจอรถติด 45 นาทีกันมั้ยครับ ติดจนไม่รู้จะทำยังไง ปวดฉี่ก็ไม่มีห้องน้ำที่ไหนให้เข้า สุดยอดครับ พวกที่ไม่มีรถแล้วใช้รถไฟฟ้าเดินทาง ยังลงมาไม่ได้เพราะฝนตกหนักมาก พวกที่รอรถเมล์ ก็รอไปเถอะครับ รอรถตู้ ก็รอต่อไปเถอะครับ เพราะรถมันติด รถที่ใครต่อใครรอโดยสารอยู่ มันก็เข้ามาไม่ได้ เพราะรถที่มีอยู่มันยังไม่เคลื่อนที่ไป ผมจอดติดอยู่ 45 นาที ก็เท่ากับคนที่ลงจากสถานีรถไฟฟ้าหมอชิตตอนที่ผมมาถึง ต้องยืนรอรถโดยสารที่จะมา อย่างน้อย 45 นาที ยังไม่รวมว่าจะได้ขึ้นหรือเปล่านะครับ เพราะคนเยอะ เรียงตามคิว รถคันนั้นอาจจะเต็มแล้วต้องรอต่อไปอีก

เคยมองมั้ยครับ ว่าเรื่องการจราจรในกรุงเทพตอนนี้เป็น วิกฤต ! หลายคนอาจจะไม่มอง แต่ลองคิดแบบนี้นะครับ ในต่างจังหวัด คนทั่วไปเลิกงาน 16.30 น. ขับรถครึ่ง ชม. หรืออาจจะเร็วกว่านั้นก็ถึงบ้านแล้ว แต่ถ้าเป็นที่กรุงเทพนี้ อย่างน้อยๆ ก็ 18.00 น. ครับกว่าจะถึงที่พัก เท่ากับคุณใช้เวลาอยู่บนถนนถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง คุณเสียดายเวลาบ้างมั้ยครับ เวลานั้นคุณสามารถเอาไปออกกำลังกาย สอนการบ้านลูก จ่ายตลาดซื้อกับข้าวเย็น นั่งดูทีวี หรือจะทำอะไรก็ตามที่เป็นการพักผ่อนของคุณ เสียดายเวลากันบ้างมั้ยครับ

ในตอนนี้ทุกคนมองว่า เรื่องการ จราจร เป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องสุดวิสัย เป็นเรื่องที่พวกเราทุกคน “ทำอะไรไม่ได้” บ่นกัน พูดกัน ต่อว่ากันไป มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สู้ทำใจยอมรับมัน ทนๆ มันไป สักวัน ก็คงมีใครสักคน ที่มีอำนาจ ลุกขึ้นมาแก้ไขเอง ผมก็บอกได้เลยว่า สำหรับใครก็ตามที่คิดแบบนี้ ไม่ผิดครับ ตราบใดที่คนเรา ยังไม่มีภัยมาเยือน ย่อมไม่มีใครตื่นตระหนก หรือสนใจกับภัยอันตรายเหล่านั้นหรอกครับ เช่นเดียวกัน ปัญหาจราจรนี้ ไม่ใช่เรื่องของคุณ แต่ถ้าวันใดวันหนึ่ง คุณต้องได้รับเรื่องไม่ดี หรือข่าวร้าย หรืออุบัติเหตุ หรืออะไรก็ตาม ซึ่งมีเหตุมาจากการจราจรที่ติดขัดนี้แล้วล่ะก็ วันนั้นคุณจะเข้าใจและมองเห็นว่า รถติดในกรุงเทพ ไม่ใช่เรื่องของผู้ว่า หรือตำรวจในกรุงเทพ แต่เป็นเรื่องของคุณ ผม และเราทุกคน ที่จะไม่ทนนิ่งเฉย กับทุกๆ สาเหตุ ที่ทำให้รถติดอีกต่อไป

วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556

รถใหญ่ ตัวการของ รถติด ที่คุณต้องดู

มันจะมีสักวันมั้ยครับ ที่เราขับรถแล้ว ไม่เจอพวกที่ทำผิดกฎหมายจราจร หรือ พวกไร้มารยาท ขับรถแบบมักง่าย โดยเฉพาะพวก รถใหญ่ เนี่ยผมยังไม่เคยเจอวันที่เป็นแบบนั้นเลยครับ ต้องเจอพวกขับรถแย่ ไร้มารยาท เห็นแก่ตัว ได้ทุกวัน จนน่าคิดว่า ประเทศไทยเรายังเป็นประเทศที่เรียกว่า สยามเมืองยิ้ม อยู่อีกหรือไม่ เพราะดูเหมือนว่า คนส่วนใหญ่ ไร้ซึ่งน้ำใจ เห็นแก่ตัว มักง่าย อะไรที่เอาเปรียบกันได้ ก็ไม่ลังเลที่จะทำ ผมไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายนะครับ เพียงแต่ถ้าคุณมองให้ดีบนถนน คุณเองก็จะเข้าใจว่า คนเราสมัยนี้มันเป็นอะไรกันไปหมดแล้ว

รถใหญ่ รถบรรทุก 4 ล้อ

วันนี้ผมมีตัวอย่างที่เป็นสาเหตุของรถติดมาให้ดูกันครับ 2 คลิป สดๆ ร้อนๆ เพิ่งเจอมาวันนี้เลย
กับคลิปที่ 1 เกิดขึ้นที่ถนน สามเสน ในช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น ซึ่งโดยปกติถนนเส้นนี้ก็ถือว่าติดนะครับ แต่ติดนิดหน่อย ไม่มากเท่าไหร่ พอทนได้ล่ะ ว่างั้น เพราะเข้าใจว่า วันธรรมดาเนี่ย ต้องทำใจหน่อย เพราะบนถนนสามเสน ช่วงแยกบางกระบือ ไปจนถึงแยกเกียกกาย นี่มันต้องติดแน่นอนในช่วงเวลาเย็น เนื่องจากมีโรงเรียนชื่อดังถึง 2 โรงเรียนอยู่บนถนนเส้นนั้น ได้แก่ โรงเรียนราชินีบน อยู่ตรงแยกบางกระบือพอดี กับ โรงเรียนโยธินบูรณะ ไหนจะห้างอีก แต่ที่ผมใช้ถนนเส้นนี้บ่อยๆ ในหลายๆ ช่วงเวลาก็ไม่ถือว่าแย่มากนะครับ แต่วันนี้แย่กว่าทุกวัน เพราะรถมันติดยาวมากๆ ยาวเป็นกิโลเลย รถมันติดยันไปจนถึงวังสุโขทัยนู่นเลย ประมาณ 3 กิโลได้มั้ง ไม่รู้ว่ามันจะติดอะไร จนในที่สุด เมื่อรอๆ จนมาถึงบริเวณหน้า กรมทหารม้า ม.พัน 4 ก็ได้เจอสาเหตุจนได้ นั่นคือ มี รถเมล์เสีย จอดอยู่ซ้ายมือนั่นเอง ทำให้รถเคลื่อนผ่านตรงจุดนั้นได้เพียงช่องทางเดียว ตามคลิปจะเห็นได้ว่า พอผมหลุดจากตรงรถเมล์ที่เสียมาได้ก็วิ่งฉลุยเลยครับ ชัดเจนเลยมั้ยครับ ว่าการที่มีรถเสีย อยู่บนถนน โดยเฉพาะ รถใหญ่ เนี่ยเป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญของการทำให้รถติดมากๆ แต่รถเมล์เสียนี่ก็มีให้เห็นบ้างแต่ไม่บ่อยนะครับ ที่บ่อยคือพวกประเภท รถบรรทุก


นอกจากนี้การที่มีรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันบนถนน ก็เป็นสาเหตุเช่นเดียวกันกับรถเสียบนถนน ไม่ต่างกันเลย เพราะเมื่อเกิดการเฉี่ยวชนกัน ก็จะมีการหยุดตรงที่เกิดเหตุ ไม่มีการขยับรถออก จนกว่า ประกันภัยรถยนต์ จะมา หรือ จนท.ตำรวจ จะมาดูว่าใครผิดใครถูก ซึ่งกว่าเจ้าหน้าที่ ประกันภัย และตำรวจจะมาถึง รถก็ติดกันยาวล่ะครับ สาเหตุก็เพียงแค่มีรถชนกันเท่านั้น ไม่น่าเชื่อนะครับว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้รถติดได้มากมายมหาศาล แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ครับ ผมว่าหลายๆ คนคงเคยเจอประสบการณ์แบบนี้มาแล้วแน่นอนว่าไม่มีใครอยากทำตัวเป็นปัญหาให้เกิดรถติด อุบัติเหตุนั้น ก็ตามความหมายของมัน คงไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น แต่ในส่วนของรถเสียเนี่ย เพราะอะไรครับ ละเลย ประมาท หรือไม่สนใจ ไม่ใส่ใจดูแลรถหรือเปล่าครับ การที่รถจะเสียเนี่ย ส่วนใหญ่มักจะมีอาการต่างๆ เปิดเผยออกมาให้เห็นก่อน แต่ถ้าเจ้าของ ไม่สนใจ ยังดันทุรัง ขับต่อไป ความเสียหายก็จะร้ายแรงขึ้นจนขับต่อไปไม่ได้ แบบนี้ไม่น่าจะให้อภัยนะครับ พวกที่ไม่สนใจดูแลรถของตัวเอง เพราะหากรถของท่านเสีย มันไม่ได้ทำให้ท่านเดือดร้อนต้องควักเงินมาซ่อมรถของท่านเองอย่างเดียว แต่ท่านได้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ อีกด้วยนะครับ ในกรณีนี้ ไม่ขอรวมถึง ความเสียหาย ที่เกิดจากการที่ผู้ผลิต ผลิตรถมาไม่ได้คุณภาพ อย่างเช่น Chevrolet Cruze ที่เกียร์ห่วยแตก ซึ่งเกียร์อาจเสีย พังกลางทาง กลางถนน อันนี้เข้าใจได้ครับ ว่าเป็นอุบัติเหตุจริงๆ ไม่ได้เกิดจากการละเลย แต่มาจากรถไม่มีคุณภาพ

สำหรับคลิปที่ 2 เป็นเหตุการณ์ในช่วงตอนหัวค่ำ บนถนนงามวงศ์วาน ขาออก ตั้งแต่แยกพงษ์เพชร ไล่ไปจนถึงสะพานข้ามถนนวิภาวดี มุ่งหน้าไปแยกเกษตร รายละเอียดของคลิปก็คือ ผมกำลังขับมุ่งหน้าไปที่แยกเกษตร แต่ต้องมาติดขัด เพราะทั้งเลนขวาสุด และเลนกลาง มีแต่ รถขนส่งสินค้า และ รถบรรทุก 4 ล้อ ยังไม่พอ ข้างหน้าถัดไปยังมี รถ6ล้อใหญ่ วิ่งทั้งสองเลน แถมยังวิ่งไม่เร็ว ขวางถนน รถคันอื่นก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะดูเหมือนว่าจะมีหินหล่นมาด้วยเป็นช่วงๆ ที่มีการกระเทือน ไม่ว่าผมจะเปิดไฟสูงไล่ หรือ บีบแตรดังแค่ไหนก็ตาม ไม่สะทกสะท้าย แถมยังเปิดไฟเลี้ยวขวา เหมือนจะบอกให้ผมรู้ว่า “กูจะวิ่งเลนนี้อ่ะ ใครจะทำไม อยากไปก็แซงซ้ายเอา” ผมเชื่อว่า หลายคนคงรู้นะครับ ว่าแซงซ้าย มันผิด และการที่รถช้ามาวิ่งขวา อันนี้ก็ผิด รวมทั้ง การที่ รถ6ล้อใหญ่ มาวิ่งชิดขวา อันนี้ก็ยิ่งผิดใหญ่ ดูตามคลิปเลยครับ ผมวิ่งแค่ 70 นะครับ ตามคลิปนี้ที่ผมกำลังขับตามอยู่

ตัวอย่าง รถใหญ่ ขับขวางถนน ไม่สนใจใคร ถือว่า ข้าใหญ่ที่สุด



ผมบอกได้เลยว่า พวกคนขับ รถขนส่งสินค้า พวกนี้เลวมาก มันขับรถกันไม่สนใจใครเลย รถก็เก่า วิ่งได้ก็ช้ามาก แถมยังไม่มีการปิดบังสิ่งที่บรรทุกให้เรียบร้อยอีก อะไรต่อมิอะไร หล่นมาเต็มถนนไปหมด สมัยก่อน ผมเคยโดน รถหกล้อใหญ่ บรรทุกหิน ทำหินกระเด็นลงมาทำกระจกรถผมร้าว ต้องเปลี่ยนกระจกใหม่กันเลยทีเดียว นี่เป็นเรื่องที่แย่มากๆ บนถนนนะครับ และผมบอกได้เลยว่า ทุกคนที่ขับรถบนถนน ต้องเจอเรื่องแบบนี้แน่นอนครับ พวกตำรวจที่ชอบตั้งด่านจับ รถจักรยานยนต์ ตอนกลางวันเนี่ย หายไปไหนหมดครับ ทำไมไม่มาตั้งด่าน หรือขับรถไล่จับพวก รถบรรทุก6ล้อใหญ่ มารยาทชั่วๆ พวกนี้ มันสร้างความเดือดร้อนบนถนนมากๆเลยนะครับ ทำให้เกิดรถติด และอุบัติเหตุได้เสมอๆ เพียงแต่ไม่เป็นข่าวออกสื่อก็เท่านั้น ยิ่งเวลาขับรถไปต่างจังหวัดนะครับ เส้นฉะเชิงเทรานะครับ มีแต่รถบรรทุกสิบล้อพวกนี้ แล้วพวกมันก็ไม่เคยสนใจใครนะครับ ผมว่า มันต้องมีใครสักคนที่จะลุกขึ้นมา ให้บทเรียน สั่งสอน ไอ้พวกคนขับรถบรรทุกสิบล้อ มารยาทแย่พวกนี้บ้างนะครับ ให้มันเป็นข่าวดังออกทีวีไปเลย ให้พวกมันได้กลัวไปเลยว่า ถ้าขับรถไม่ดี ถือว่าเป็นรถใหญ่อยากขับรถยังไงก็ขับแบบนี้ อาจ “ตาย” ได้ง่ายๆ แต่ที่ผ่านมากลับไม่เคยเจอใครทำแบบที่ผมว่ามาเลยสักที

จอแจ.com ตัวการของ รถติด ที่คุณต้องดู

ตัวผมเองก็เป็นแค่ประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ที่ผมอยากเอาเรื่องนี้มาเปิดเผยก็เพราะว่า พวกเรา ทุกคน นิ่งเฉย กับเรื่องพวกนี้กันมากเกินไปหรือเปล่าครับ ถ้าเรื่องไหนไม่เดือดร้อนถึงตัวของเรา เราก็จะไม่เอาออกมาเป็นประเด็น อะไรที่มันเลวๆ อะไรที่มันแย่ๆ ในสังคม แต่ไม่เดือดร้อนกับตัวเรา เราก็จะไม่สนใจ ไม่ว่า ไม่แคร์ นี่คือนิสัยของพวกเรา คนไทยทุกคนในสมัยนี้ ผมไม่ได้เหมารวม แต่ลองถามตัวทุกท่านเองครับ ว่าทุกท่านนั้น ได้ทำอะไรเพื่อเป็นการต่อสู้กับสิ่งที่ไม่เป็นธรรม อะไรที่มันเป็นเรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นในสังคมบ้านเราแล้วหรือยัง

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วทำไมผมไม่ลงไปต่อย ไปกระทืบสั่งสอนมัน ให้รู้เรื่องรู้ราว ผมตอบได้เลยว่า นั่นไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องครับ ทำไปเราก็จัดการได้แค่คนๆ เดียว เราไม่ควรเอาอนาคตของเราไปแลกกับพวกที่ไร้อนาคตแบบนั้น จริงมั้ยครับ แต่ผมเลือกที่จะนำสิ่งไม่ดีแบบนี้มาเปิดเผยในสังคม และหวังว่าท่านผู้อ่านทุกท่าน จะช่วยกันแชร์ต่อไปใน Facebook ของท่าน เพื่อสื่อไปให้ถึงพวก ผู้ใหญ่ ที่มีอำนาจอยู่ในมือ สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ทั้งหมดในคราวเดียว คือสามารถออกกฎหรือปราบพวกคนขับ รถบรรทุก ไร้มารยาทพวกนี้ได้อย่างถาวร ดังนั้น เรามาช่วยกันแชร์สิ่งดีๆแบบนี้ให้กับเพื่อนๆของคุณกันเถอะครับ เพื่อปลุกจิตสำนึกที่ดีในการใช้รถใช้ถนนครับ และเพื่อความปลอดภัยของคุณและทุกคนที่อยู่บนท้องถนนครับ

นิสสัน ซิลฟี Nissan Sylphy 1.8v มาดูกัน แจ่มขนาดไหน

วันนี้ก็เป็นโอกาสดี ที่ผมได้มาสัมผัส จับเจ้าน้องใหม่ล่าสุดในตระกูลนิสสัน นั่นคือ นิสสัน ซิลฟี นั่นเองครับ ได้มีโอกาสลองขับทดสอบสมรรถนะเจ้า นิสสัน ซิลฟี Nissan Sylphy 1.8v คันนี้เสียหน่อย ก็เลยอยากเอามารีวิวบอกต่อกันครับ สำหรับใครที่กำลังเล็งๆ รถรุ่นนี้อยู่ จะได้เอาไว้เป็นข้อมูลกันครับ

รีวิว นิสสัน ซิลฟี Nissan Sylphy ว่าน่าใช้แค่ไหน

นิสสัน ซิลฟี Nissan Sylphy Review รีวิว

รถยนต์ Nissan Sylphy 1.8v ตัวนี้ที่ผมได้ทดลองขับดูนั้น จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับเป็นรุ่นพี่ใหญ่ของรุ่นนี้เลย เพราะ นิสสัน Sylphy นั้นมีสองรุ่นเครื่องยนต์นั่นคือ รุ่น 1.6 กับ 1.8 เริ่มต้นกับด้วยเรื่องของการตกแต่งภายในห้องโดยสารกันก่อนเลยครับ ซึ่ง Sylphy ตัวนี้ออกแบบมาออกแนวหรูๆ หน่อย แถมยังออกแนวกึ่งสปอร์ตเสียด้วยครับ ตามสมัยนิยมครับ เพราะสมัยนี้จะสังเกตว่ารถใหม่ๆ มักจะตกแต่งภายในออกแนวนี้กันเป็นส่วนใหญ่ โทนสีภายในเป็นทูโทน ด้านล่างออกเป็นสีเทาๆ ออกสว่างๆ ด้านบนก็เป็นเทาเข้มๆ เพื่อลดแสงสะท้อน ตัดกันด้วยลายไม้ รวมทั้งกรอบโลหะแบบอะลูมิเนียม ทำให้ดูผสมผสาน ครบทุกรส ทั้งหรูและดูสปอร์ตไปในตัว มีสวิตส์เปิด-ปิดกระจกทั้งสี่บาน อยู่ที่วางแขนด้านข้างคนขับตามมาตรฐาน และมีสวิตส์ central lock อยู่ด้านบนถัดจากสวิตส์ควบคุมกระจก

จอแจ.com Nissan Sylphy Review รีวิว

สำหรับพวงมาลัยนั้น สวยมากๆ โดนใจผมเลยทีเดียว เข้ามาในรถครั้งแรก เห็นพวงมาลัยแล้วบอกได้เลยว่าโดนครับ เป็นพวงมาลัยหุ้มหนังสีเทา พวกมาลัยเป็นแบบ Multi-function Steering Wheel วงขนาดกำลังพอดี และพวงมาลัยหนังสีเทาก็เย็บด้วยด้านสีขาว สวยมากๆ จับสบายมือสุดๆ เลยทีเดียว ถัดเข้าไป มองลอดพวกมาลัยไป ก็เป็นหน้าปัด มาตรวัดความเร็ว บอกความเร็วได้สูงสุดถึง 240 กม./ชม. และรอบวัดการทำงานของเครื่องยนต์ ตรงกลางก็เป็นมาตรวัดแบบดิจิตอลบอกค่าต่างๆ เครื่องเสียงตรงกลาง ก็ยอดเยี่ยมครับ ต่ออะไรต่อมิอะไรได้มากมาย จะไอโฟน หรือ mp3 หรือ USB ก็ว่ากันไป แอร์เป็นแบบดิจิตอล ควบคุมอัตโนมัติได้ และในรุ่นที่ผมได้ขับนี้ก็เป็นแบบ Keyless entry มีปุ่ม Push-to-Start เรียบร้อย เบาะนุ่มมาก กระชับรับต้นขา เสียอย่างเดียว ดันไม่ใช่เบาะไฟฟ้าซะงั้น วัยรุ่นเซ็งครับ เสียดายจริงๆ

Nissan Sylphy Review รีวิว

เครื่องยนต์ทำงานเงียบดีครับ เงียบมาก จนต้องขอเปิดดูหน้าตาเจ้า Nissan Sylphy นี้เสียหน่อยว่าเป็นเครื่องยนต์อะไร เปิดออกมาถึงได้รู้ว่า เป็นเครื่องยนต์เบนซิน DOHC 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว รหัสเครื่องยนต์ MRA8DE รหัสต่อท้าย DE แบบนี้แสดงว่า ควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคอมพิวเตอร์ สำหรับเครื่องนี้ก็อยู่ที่ 32 บิต Double Overhead Camshaft เพลาราวลิ้นคู่เหนือฝาสูบ สี่วาล์วต่อสูบ มีระบบการปรับจังหวะการเปิดปิดวาล์วอัตโนมัติ Twin C-VTC ความกว้างกระบอกสูบก็ 79.7 มม. ระยะชักก็ 90 มม. ก็เป็นเครื่องยนต์ที่มีระยะชักยาวเครื่องหนึ่งเลยทีเดียว ความจุก็ 1,798 ซีซี ก็เลยเรียกกันว่าเป็นรุ่น 1,800 กำลังก็ 131 แรงม้า เมื่อเครื่องยนต์อยู่ที่ 6,000 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 174 นิวตันเมตร เมื่อเครื่องยนต์ทำงานที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงอัดในกระบอกสูบ หรือแรงอัดในห้องเผาไหม้ก็ 9.9 : 1 ซึ่งจัดว่าต่ำ แรงอัดต่ำๆ แบบนี้ใช้น้ำมันเบนซิน ออกเทน 91 สบายมาก 9.9 : 1 นี้ถือว่าต่ำ เพราะถ้าต่ำกว่า 10.5 : 1 ถือว่าสบาย

เครื่องยนต์ นิสสัน sylphy

เกียร์นี่ก็เป็นเกียร์อัตโนมัติ แบบ Xtronic CVT เป็นเกียร์ที่นิสสันเค้าภูมิใจนักหนา ว่าเป็น Xtronic CVT เนี่ยเป็นเกียร์ลูกเล็ก ให้น้ำหนักเบา อัตราการทดอย่างต่อเนื่อง เป็นเกียร์ตัวที่นิสสันตั้งใจปั้นขึ้นมาเลยทีเดียว อัตราทดเกียร์ CVT รุ่นนี้ก็ตั้งแต่ 4.006 – 0.550 อัตราทดสุดท้ายนี่มันแทบจะปล่อยเครื่องไหลไปเลยทีเดียว ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระแมกเฟอร์ทันสตรัชพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังก็เป็นทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลง พวงมาลัยเป็นแร็คแอนด์พีเนียม พร้อมด้วยระบบผ่อนแรงแบบ Electric Power Steering หรือ EPS นะครับ ระบบเบรกก็เป็นดิสเบรกทั้ง 4 ล้อ ขนาดยางเดิมๆก็ 195/60 R16 รถทั้งคันยาว 4,615 มม. กว้าง 1,760 มม. สูง 1,495 มม. ฐานล้อก็  2,700 มม. ล้อคู่หน้า 1,545 มม. ล้อคู่หลัง 1,540 มม. น้ำหนักตัวรถทั้งคัน 1,252 กก. นี่คือข้อมูลทางเทคนิคตามตัวเลขของนิสสัน Sylphy 1.8v CVT คันนี้ที่ผมได้ทดสอบขับครับ

ภายใน รถnissan

ตั้งแต่ผมขึ้นรถมา เหยียบเบรก กดปุ่ม Start เครื่องติดแต่เงียบมาก เลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่ง D โดยเคลื่อนลงมาแบบตรงๆ ไม่ใช่แบบขั้นบันได ถ้าใครไม่คุ้นเผลอเลื่อนเร็วไป หรือแรงไป อาจจะเลื่อนมาถึงตำแหน่ง L ได้ง่ายๆ เพรางั้นต้องคอยดูตำแหน่งเกียร์ที่หน้าปัดด้วยนะครับ ขับออกมาตามถนน เครื่องยนต์เงียบ แอร์เย็น ช่วงล่างถูกปรับมาแบบ Comfortable คือมีความนุ่มนวลแบบ Luxury Car มากๆ ช่วงล่างออกนุ่มมากกว่าที่จะแน่น และเฟิร์ม ซึ่งจากที่ผมได้ลองขับดูสักระยะกับช่วงล่างแบบนี้ เป้าหมายของทางนิสสัน น่าจะให้รถรุ่น Sylphy นี้เป็นรถครอบครัวมากกว่าที่จะให้วัยรุ่นขับนะครับ  พวกมาลัยแร็คแอนด์พีเนียนตัวนี้ที่เป็น Electric Power Steering ถือว่าเบาครับ เหมาะกับการขับในเมืองที่ต้องเลี้ยวเปลี่ยนเลนบ่อยๆ ดีครับไม่เมื่อยกับการจราจรที่ติดขัดในเมือง แต่เวลาขับทางไกล อาจต้องทำความคุ้นเคยกันอีกนิดหน่อยถึงจะชินครับ เพราะดูจากสถาปัตยกรรมของรถแล้ว ทั้งช่วงล่างที่นิ่มนวล กับพวกมาลัยเบาแบบนี้ เค้าตั้งใจออกแบบให้มาวิ่งในเมืองมากกว่า เพื่อให้คนนั่งได้รับความสะดวกสบาย ไม่ได้ออกแบบมาให้ลุยซิ่งแบบสปอร์ตวิ่งทางไกลต่างจังหวัดแบบเร็วมากๆ เช่น 140-150 อะไรพวกนี้ เพราะพวงมาลัยจะเบาไปและอาจมีอาการร่อนได้ สำหรับระบบเบรก เชื่อใจได้เลยครับ ก็ดิสก์เบรก 4 ล้อนี่นา แต่จากที่ผมทดสอบมาก บนเส้น มอเตอร์เวย์ ขับไปที่ 130 กม./ชม. นี่ยังสบายๆ เลยครับ ความนุ่มของมัน สุดยอดครับ แม่ผมหลับสบายเลยครับนับว่าทำมาได้ดีจริงๆ ครับ

รถ Nissan Sylphy รุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่นิสสันค่อนข้างคาดหวังเอาไว้มากทีเดียว เพราะจะว่ากันไป รถรุ่นนี้ระดับนี้ นิสสันไม่ได้ทำออกมานานแล้วนะครับ ซึ่งทางนิสสันคาดว่าจะทำตัวเลขได้มากทีเดียว ซึ่งก็ท้าทายกับทางนิสสัน และแฟนๆ พันธุ์แท้ของนิสสันทุกคน ก็คงต้องมาดูครับว่า แบบนี้มันโดนกับคนในเมืองหรือไม่ รถระดับนี้ก็ใกล้เคียงกับ Nissan Suny Neo เดิม หายจากตลาดบ้านเราไปนานทีเดียว แม้ว่าจะมี Tida ออกมา แต่ก็ดูบอดี้เล็กกว่าครับ มองดูรวมๆ แล้วก็เหมือน Teana ย่อส่วนลงมา การขับขี่นั้นให้อารมณ์ได้สุดยอด คือกำลังของเครื่องยนต์นั้น คนขับรู้ได้เลยว่า มันยังเหลืออีกเพียบ รู้สึกได้เลยว่า มันยังไปได้อีกไม่มีอั้นอ่ะว่างั้น ราคารถนิสสัน ซิลฟี 899,000 บาท สำหรับวัยรุ่นก็สามารถซื้อรุ่นนี้เอาไปแต่งได้นะครับ เพราะมันเป็นรถรอแต่งอยู่แล้ว เครื่องพร้อมสุดๆ มีแต่เรื่องของพวงมาลัยกับช่วงล่างเท่านั้นที่อาจต้องปรับแต่งให้มันสปอร์ตสักหน่อยสำหรับคนชอบรถแนวสปอร์ตๆ เปลี่ยนยางให้ low profile แก้มเตี้ยอีกสักหน่อย ปรับช่วงล่างให้แข็งขึ้นอีกนิด สะใจวัยรุ่นแน่นอนครับ แต่สำหรับคนที่ใช้ทั่วไปกับคนในครอบครัว รถคันนี้จบเลยครับ

วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556

บรรยากาศการร้องเรียน chevrolet cruze club

จากบทความที่แล้ว เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับ Chevrolet Cruze จนทำให้ผู้ใช้รถยนต์รุ่นนี้ จากกลุ่ม chevrolet cruze club และ cruze thailand อดรนทนไม่ไหว ออกมารวมตัวกัน เพื่อไปร้องเรียนกับสื่อให้ช่วยเหลือ ลงข่าวความห่วยแตกของรถยนต์รุ่นนี้ โดยนัดหมายรวมตัวกันในวันอาทิตย์ที่ 9 มิ.ย. 56 ตั้งแต่ตอนสาย โดยเริ่มเดินทางไปที่แรกที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จากนั้นก็ไปตามสื่อต่างๆ และไปจบที่อาคารมาลีนนท์ ช่อง 3 ซึ่งนับว่ามีมากันมากมายทีเดียว ประมาณ 50 กว่าคันเห็นจะได้ แต่จำนวนคนขับ และผู้ใช้มีจำนวนมากกว่ารถเยอะ เพราะอีกหลายคนที่มา โดยไม่มีรถ ก็เพราะรถอยู่ในศูนย์ทำการซ่อมอยู่นั่นเอง

chevrolet cruze club
(ภาพจาก 24x7 Cruze Crazy Club)

ผมเลยเอาภาพบรรยากาศมาฝากกันครับ อยากเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางสังคมกันเสียหน่อย เพราะนี่ถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดานะครับ กับสิ่งที่เกิดขึ้น จริงอยู่ที่ว่าการร้องเรียนเกี่ยวกับรถยนต์ที่ออกมาแล้วใช้งานไม่ได้เรื่องนั้น นี่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งแรกในเมืองไทย หากจะนับไปก็มีหลายรุ่นเลยไม่ว่าจะเป็น CRV รุ่น 2 ที่เป็นกล่องๆ ออกมาเมื่อตอนปี 2003 แล้วมีปัญหาทั้งเรื่องแอร์ และเครื่องยนต์ จนเจ้าของเอารถมาจอดหน้าศูนย์แล้วทุบ และยังจุดไฟเผาอีก หรือเป็นกรณีของโตโยต้า Fortuner รุ่นแรกที่มีปัญหาในเรื่องของหม้อลมเบรก จนทางโตโยต้ามีการเรียกคืนไปปรับปรุง เปลี่ยนหม้อลมเบรกให้ ซึ่งในรุ่นหลังๆ นี้ก็มีเทคโนโลยีหม้อลมเบรกใหม่ หมดปัญหาไป แต่นั่นมันก็เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาแบบนี้อีก ในปี พ.ศ. 2556 นี้ เพราะยุคปัจจุบัน การ QC ต่างๆ ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ควรจะได้รับการพัฒนาให้มีความละเอียดรอบคอบมากกว่านี้

ภาพบรรยากาศการร้องเรียน chevrolet cruze club

chevrolet cruze pantip

ผมอยากให้มองว่า เรื่องแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้กับพวกเราทุกๆคนนะครับ ไม่ใช่แค่เกิดกับ Cruze เพียงอย่างเดียว มันอาจเกิดได้กับรถทุกๆรุ่น นิสสัน มาร์ช ก็มีปัญหาเหมือนกันครับ ใน 2-3 ล็อตแรก เกี่ยวกับลิ้นปีกผีเสื้อ มีปัญหา คือ มีอาการรอบตกลงต่ำมาก เวลาเหยียบเบรกไว้ และเข้าเกียร์ D อยู่ ซึ่งรอบจะตกต่ำมากจนสั่น กว่าจะตัดให้รอบสูงขึ้นอีก วิธีแก้คือต้องเข้าไปเคลมปีกผีเสื้อใหม่ อาการดังกล่าวถึงจะหาย แต่การจะเคลมนั้นก็ไม่ง่าย หลายๆศูนย์ ก็มักจะบ่ายเบี่ยง โดยช่างเองจะเป็นคนปฏิเสธอการเคลม แต่จะทำการล้างลิ้นปีกผีเสื้อให้ก่อน ต้องไปทำกันหลายครั้งเลยกว่าจะได้เคลม ซึ่งไม่แฟร์ต่อลูกค้าซึ่งเป็นผู้บริโภคเลย

ที่ผมกำลังจะบอกคือ เราต้องใส่ใจ และสนใจกับ สิทธิ ผู้บริโภคของเรานะครับ บริษัทรถ ซึ่งเป็นผู้ผลิตมีอยู่หลายเจ้า และกำลังแข่งขันแย่งตลาดกันอยู่ พวกเราในฐานะผู้บริโภคทั้งหลาย เป็นเป้าหมายทางการตลาดของพวกเค้า พวกเราสามารถอยู่ได้ โดยไม่ต้องซื้อของจากพวกเค้า แต่พวกเค้าจะอยู่ไม่ได้ ถ้าขายของให้กับพวกเราไม่ได้ และนี่คือ ที่มาของ Customer first หรือ ลูกค้าคือพระเจ้านั่นเอง ซึ่งตามหลักแล้วมันควรจะเป็นเช่นนั้น ในต่างประเทศเค้าเป็นเช่นนั้นกันแล้ว แต่ในประเทศไทยของเรานั้นไม่ใช่
ในประเทศไทยเรานั้น กลุ่มนายทุนคือพระเจ้า เพราะนโยบายเศรษฐกิจของประเทศไทยเราคือ ต้องการให้มีกลุ่มนายทุนมาลงทุนเยอะๆ ชาติเราจะได้เจริญ ซึ่งอันที่จริงแล้วนั้น ผิด ครับ ทำให้ประชาชนตาดำๆ ทั่วไปอย่างพวกเรา ต้องมาเสียเปรียบในเรื่องของคุณภาพสินค้าแบบนี้ มีกี่เรื่องกันครับ ที่ประชาชน ในฐานะผู้บริโภค เรียกร้องสิทธิ์ในเรื่องของคุณภาพของสินค้าแล้วชนะ ไม่มีครับ ผมไม่เคยได้ยินเลย ในเรื่องที่หลายคนได้เห็นข่าวเกี่ยวกับรถรุ่นนั้น รุ่นนี้ ประกาศเรียกคืน เพื่อไปแก้ไขปัญหาตรงนั้น ตรงนี้นั้น ผมบอกได้เลยว่า ต้นเหตุของการเรียกร้องจากผู้บริโภคนั้น ไม่ได้มาจากเมืองไทย นั่นคือ ลูกค้าในต่างประเทศเค้าร้องเรียนมา ซึ่งมันแย่จริง ทางผู้ผลิตเค้าเลยต้องรับผิดชอบโดยการประกาศเรียกคืน แต่จะเรียกคือเพียงบางประเทศก็ไม่ได้ เลยต้องเรียกคืนทั้งหมด นั่นคือพวกเราคนไทย เป็นแค่ผู้ที่ได้รับผลพลอยได้เท่านั้น เพราะอะไรเหรอครับ?

cruze thailand

เพราะ สคบ. หรือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ของไทยเรา ไม่เอาจริงเอาจังครับ หลายเรื่องที่ทาง สคบ. ประกาศบังคับใช้ แต่ไม่เคยเห็นว่าจะได้ผลเลย ไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมเลย อันที่จริง หน้าที่ของ สคบ. คือต้องสอดส่อง จ้องจะจับผิดพวกผู้ผลิตสินค้าทุกชนิดที่มันกระทำความผิดเอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งในยุคปัจจุบัน อินเตอร์เนตนั้นเข้าถึงกันหมดทุกเรื่องแล้ว สินค้าประเภทรถยนต์ทุกยี่ห้อ ทุกรุ่น เค้ามีเวบบอร์ด หรือคลับไว้พูดคุยกันแล้ว หากเพียงแค่ท่านได้ชายตาเข้าไปดูบ้าง ก็จะเห็นเรื่องที่ร้องเรียน ปัญหาที่มีกันมานาน ปัญหาที่มีผู้คนจำนวนมากที่ใช้สินค้า หรือบริการชนิดนั้น ได้รับความเดือดร้อน ไม่เป็นธรรมจากการใช้งานผลิตภัณฑ์นั้นๆ หรือบริการนั้นๆ ทาง สคบ. ต้องรีบเข้าไปดำเนินการครับ จริงอยู่ว่าต้องรอให้คนมาร้องเรียน แต่ในความเป็นจริง ต้องยอมรับกันนะครับ ว่าเรารู้ๆกันอยู่ว่า ร้องเรียน สคบ. ไปก็เท่านั้น ดังนั้น อย่างที่ทุกคนเห็นข่าว พวกผู้ใช้รถ Chevrolet Cruze จาก chevrolet cruze club และ cruze thailand  จึงรวมตัวกันไปร้องเรียนที่สื่อแทน จากนั้นก็เชื่อเถอะครับ ว่า สคบ. ค่อยโผล่หน้า โผล่ตาออกมาช่วยเหลือนิดหน่อย ตามหน้าที่ นี่แหละครับ Thailand’s Only อีกเช่นกัน

ผมอยากจะขอชื่นชม ชาว Cruze ที่รวมกลุ่มกันมาในครั้งนี้ครับ พวกท่านคือ ผู้บริโภคที่รักษาสิทธิ์ของท่านจริงๆ และผมเอง ก็เห็นด้วยกับที่ท่านร้องเรียนทุกประการ รถคันละเป็นล้าน แต่คุณภาพห่วยกว่ารถคันละ 4-5 แสนอีก ถ้าเป็นไปได้ ผมไม่อยากให้แค่มีการเรียกคืน ไปเคลมเกียร์เท่านั้นนะครับ แต่อยากให้ขายคืนบริษัทไปเลยครับ แล้วพวกท่านจะได้มีโอกาสซื้อรถใหม่ที่ดีกว่า และราคาต้องสูงด้วยนะครับ เพราะที่ขายคืน เพราะมันใช้งานไม่ได้ คุณภาพแย่ จะมาฝากชีวิตอยู่กับคุณภาพแย่ๆ ของระบบเกียร์ที่จะรวนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้นี่ได้ยังไง ถ้าเป็นที่อเมริกาล่ะก็ ขายคืนอย่างเดียวครับ ได้ราคาเต็มอีกด้วย เพราะเค้าคำนึงถึงชีวิตของผู้บริโภคมากกว่า เรื่องเงินลงทุกที่ได้จากพวกนายทุนครับ หรือว่า สคบ. ต้องเห็นคนประสบอุบัติเหตุ “ตาย” จากปัญหาเกียร์ของ Cruze มาเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุนั้นเสียก่อนครับ ถึงจะเริ่มลงดาบกับผู้ผลิตแย่ๆ แบบนี้

chevrolet cruze ราคา เป็นล้านแต่ เกียร์พัง ใครรับผิดชอบ?

หลังจากที่เป็นกระแสกันมาอย่างต่อเนื่อง เป็นที่เลื่องลือกันมานาน ในโลกออนไลน์ จากปัญหา “เกียร์พัง ของ Chevrolet Cruze ทั้งในรุ่นปี 2011 และ 2012 รถซีดานตัวท็อป สุดหรู ของทาง Chevrolet จาก GM motor ค่ายรถยักษ์ใหญ่สายพันธุ์อเมริกัน จากที่มีผู้ใช้รถ Cruze จำนวนมากเกิดปัญหาเกียร์พัง จนนำมาเปิดเผยกันในคลับ ต่อเนื่องกันไปจนเกิดกระแสพูดคุยกันในเวบพันทิพ (search หาได้โดยพิมพ์ chevrolet cruze pantip ) ปัญหารถ เกียร์พัง นั้น ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่เรื่องการบริการ ซ่อมแซม การดูแลลูกค้า และการเคลม รวมทั้งการแก้ปัญหา คือสิ่งที่ GM ยังขาดอยู่อย่างมากทีเดียว จนทำให้เกิดการ “ทนไม่ไหว” ของชาวผู้ใช้ Cruze ในที่สุด

chevrolet cruze ราคา เป็นล้าน

จนกระทั่งวันนี้ วันที่ 9 มิ.ย. 56 ชาวกลุ่มผู้ใช้รถ Chevrolet Cruze นำโดยชาว cruze club ที่รถยังพอขับได้ ขับมารวมตัวกันที่หน้าสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จากนั้นจะเดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อต่างๆ ได้แก่ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์, หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ,  ททบ 5, และ อาคารมาลีนนท์ ทาวเวอร์ ช่อง3 ซึ่งมีความต้องการประกาศให้ทั้งคนไทย และทั่วโลกได้รับรู้ถึงความห่วย ของคุณภาพของรถ Chevrolet Cruze ตัวนี้ ใครที่เล็งๆ และอยากได้อยู่ก็ขอให้เปลี่ยนใจเสียนะครับ และใครที่วางเงินจองไปแล้วก็ไปขอเงินจองคืนได้เลยครับ อย่าซื้อมาให้เป็นปัญหาดีกว่า นอกจากนี้ รถในตระกูล Chevrolet คันอื่นๆ ก็ควรจะคิดดูใหม่ให้ดีๆนะครับ ยกเลิกการจองได้ก็ยกเลิกไปเลยครับ

chevrolet cruze ราคา เป็นล้านแต่ เกียร์พัง ห่วยอ่ะ

ปัญหาที่เกิดขึ้นมานั้น ที่ว่า เกียร์พัง นั่นคือ อาการ เกียร์ออโต้เสีย และ รวน นั่นเอง โดยที่บ้านผมเองก็มีคันนึงครับ ตั้งแต่ซื้อมาใหม่ๆ แล้วขับดู ผมก็เห็นแล้วว่ามันแปลกๆ แต่ก็ไม่คิดอะไรมาก นั่นคืออาการเกียร์กระตุก ปกติแล้วเวลาที่เกียร์ออโต้มันเปลี่ยนเกียร์เนี่ย มันต้องไม่กระตุกนะครับยิ่งเกียร์ออโต้ใหม่ๆแล้ว ไม่ควรจะมีอาการกระตุกให้เห็นเลย แต่สำหรับ Chevrolet Cruze ตัวนี้กลับมีการกระตุก “รถราคาเป็นล้าน ทำได้แค่นี้เหรอครับ” นั่นคือความคิดแรกที่ผมคิดมา แม้ว่ามันจะไม่ใช่เกียร์ CVT มันก็ไม่ควรจะห่วยแบบนี้ จนมาดูในเวบบอร์ดของชาว cruze club ถึงได้รู้ว่า นี่มันคืออาการเริ่มต้นของเกียร์พัง ซึ่งจะมีอาการอีกหลายอย่างตามมา ก่อนที่มันจะพังอย่างสมบูรณ์ เช่น เกียร์เปลี่ยนลงมาเอง เช่นขับด้วยความเร็วสูงๆ อยู่ดี เกียร์ก็เปลี่ยนลงมาเกียร์ต่ำเอง ต่ำให้รถความเร็วร่วงลงอย่างกะทันหัน รอบเครื่องขึ้นสูงมากทันที หรืออาการเร่งเครื่องแล้ว ไปแต่รอบ ความเร็วไม่ไป เหมือนอาการลากเกียร์ หรือ เกียร์อาจทำงานไปได้แค่เกียร์ 1 หรือ เกียร์ 2 เท่านั้น หลังจากนั้น รอบขึ้นไปได้ถึง 4,000-5,000 รอบ แต่ความเร็วได้แค่ 40 กม./ชม. เท่านั้น จนกระทั่งอาการหนักสุดคือ เข้าเกียร์เดินหน้าแล้วรถไม่ออกตัวเลย ไม่วิ่งแล้วว่างั้น เครื่องยนต์ทำงาน แต่สรุปว่า “เกียร์พัง” และนี่คือสาเหตุที่ชาว cruze club ทนกันไม่ไหว เพราะ

chevrolet cruze pantip

1. รถราคาคันละเป็นล้านบาท แต่มีคุณภาพห่วยแบบนี้งั้นเหรอ? นี่คือความไม่พอใจที่สุดที่ลูกค้า Chevrolet Cruze มีครับ เพราะรถคันละเป็นล้าน แต่เกียร์พังเนี่ย มันทุเรศครับ มันผ่านการ QC และ การ Test รถมาได้อย่างไร เพราะเริ่มกันตั้งแต่การดีไซน์รถ จากนั้นก็เป็นการออกแบบ ต่อมาก็เป็นการสร้างรถต้นแบบ จากนั้นก็เป็นการทดสอบสมรรถนะ และสุดท้ายเป็นการทดสอบการขับขี่และปัญหาในระยะยาวซึ่งต้องมีการทดสอบการใช้งานอย่างน้อย 20,000 กม. ขึ้นไป ไม่อย่างนั้นก็ไม่ผ่าน QC แล้วผลิตออกมาขายไม่ได้หรอกครับ แสดงว่า เรากำลังโดนทาง Chevrolet หลอกขายรถห่วย ในราคาแพงเข้าให้เสียแล้ว อันนี้เป็นเรื่องที่ลูกค้า Chevrolet Cruze ยอมไม่ได้แน่นอนครับ GM ต้องรับผิดชอบครับ ถ้านี่เป็นประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่ประเทศไทยแล้วล่ะก็ ลูกค้าสามารถขายรถคืน ได้เลยนะครับ แต่กฎหมายเมืองไทย อ่อนมากครับ ดังนั้นผู้บริโภคเลยต้องเสียเปรียบผู้ผลิตที่เป็นนายทุนใหญ่เสมอๆ

2. ความนิ่งนอนใจ ไม่ Recall ของผู้ผลิต อาการเกียร์พัง ของ Chevrolet Cruze นี้เกิดมาตั้งแต่ในรุ่น 2011 จนมากระทั่งในรุ่น 2012 และ cruze 2013 ก็ยังมีอาการพังอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง การร้องเรียนโดยตรงกับทางบริษัทผู้ผลิต และการเปิดเผยข้อมูลในหน้าเวบบอร์ดของคลับต่างๆ ก็มีจำนวนมาก ทั้งในเวบบอร์ดพันทิพ ก็มีเรื่องนี้รวมอยู่มากมายทีเดียว แต่ทางบริษัทผู้ผลิต หรือ Chevrolet ประเทศไทย กลับยังนิ่งเฉย ไม่พยามค้นหาสาเหตุ แก้ไขปัญหา และไม่ทำการประกาศ “เรียกคืน” หรือ Recall รถ Chevrolet Cruze เข้ามาทำการเคลมเกียร์ใหม่ให้เรียบร้อยเสียที นี่เป็นเรื่องที่แย่มากๆ เพราะเป็นการทำให้คนไทยรู้ว่า บริษัทสายพันธุ์อเมริกัน ที่เค้าว่ามีมาตรฐานการผลิตแบบอเมริกันนั้น สรุปว่า เชื่อถือไม่ได้กับมาตรฐานของเค้า และนอกจากนี้ยังไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคอีกด้วย

3. การซ่อมบำรุงที่ไม่ตรงจุด หาสาเหตุไม่เจอ และไม่เคลมให้ มีคนไม่น้อยที่เอารถเข้าไปที่ศูนย์เกินกว่า 10 ครั้ง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องเกียร์พังนี้ แม้ว่าจะเคลมอะไหล่ไปจำนวนมากแล้วก็ตาม หรือ เคลมเกียร์ใหม่มาแล้วก็ตาม ก็ยังมีปัญหาอยู่เหมือนเดิม พังอีกอยู่ดี เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดจากการผลิตที่ไม่ดี แต่เกิดจากระบบเกียร์ที่มีปัญหา จะเปลี่ยนใหม่อีกกี่ตัว มันก็มีปัญหาเหมือนเดิม ทางผู้ผลิตเองต่างหากที่ต้องทำการหาสาเหตุและผลิตเกียร์ระบบใหม่ออกมาให้เคลมกัน แต่ไม่ทุกศูนย์หรอกนะครับที่จะดูแลแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า ศูนย์ Chevrolet ในเมืองไทยเนี่ย ถือว่ามาตรฐานต่ำกว่าศูนย์ โตโยต้า หรือ ฮอนด้าเยอะนะครับ หลายศูนย์ที่พูดจาไม่ดีกับลูกค้า หลายศูนย์ที่ไม่สนใจรถลูกค้าที่มีปัญหา ลองไปดูก็ได้ครับ ทุกคลับที่ใช้รถ Chevrolet มีศูนย์ที่มี feedback แย่ๆ อยู่เยอะมากๆ เลยทีเดียว ลูกค้าซื้อรถไปคันละเป็นล้าน เมื่อมีปัญหา แทนที่ทางศูนย์จะดูแลอย่างดี เพื่อแสดงความรับผิดชอบ กลับละเลย พูดจาไม่ดี และไม่ใส่ใจกับปัญหาที่ลูกค้าได้รับ เดาปัญหาไปเรื่อย ช่างมาตรฐานต่ำมากๆครับ ผมบอกได้เลย เพราะผมเคยเอาไปเข้ามาแล้วหลายศูนย์ ช่างความรู้น้อยกว่าผมอีกในเรื่องระบบขับเคลื่อนของรถ

cruze club

4. ความหวาดระแวงของผู้ใช้ อันนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่คนที่ใช้รถ Chevrolet Cruze ทุกคนทนไม่ไหว เพราะต้องมาคอยระแวงว่า เกียร์รถเราจะพังไปเหมือนคันอื่นๆ เค้าเมื่อไหร่ ถ้าขับๆอยู่แล้วมันพังล่ะจะทำยังไง ต้องมารถเสียกลางทางล่ะจะทำยังไง จนต้องได้แต่จอดเอาไว้ที่บ้าน ไม่กล้าใช้ จะเอาไปเคลมเกียร์ อาการมันก็ยังไม่ออกเท่าไหร่ ทาง GM หรือ ผู้ผลิต Chevrolet ประเทศไทย มันก็ไม่เห็นจะเรียกคืนไปเคลมเกียร์เลย ทั้งๆที่คนเค้ามีปัญหากันเยอะแยะมากมาย ที่สำคัญที่สุด มันอันตรายมากๆ กับทั้งตัวของผู้ขับรถ Chevrolet Cruze เอง และ ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆอีกนะครับ เช่นถ้าคุณขับ Chevrolet Cruze อยู่บนถนนด้วยความเร็ว 120 กม.ชม. อยู่ดีๆ แล้วอยู่ๆ เกียร์พัง หรือเกียร์มันรวน เปลี่ยนเกียร์ลงมาที่เกียร์ 1 ความเร็วของรถก็ร่วงลงอย่างกะทันหัน แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหากมีรถที่ตามหลังมาแล้วเค้าต้องมาเบรกกะทันหัน ถ้าทันก็ดีไป ถ้าไม่ทันก็ชนเข้าท้ายรถคุณเต็มๆ แล้วจะโทษว่าเป็นความผิดของใครดีครับ คุณขับไม่ดี หรือรถไม่ดีครับ ถ้าคุณโทษว่ารถไม่ดี อันนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เลยนะครับ เพราะคุณต้องหาหลักฐานมายืนยันว่า ที่รถคุณหยุด หรือ เบรกชะงักกระทันหันเนี่ย เกิดมาจากเกียร์รถ Chevrolet Cruze ซึ่งยากครับ ที่จะหาหลักฐานมายืนยัน ยิ่งบริษัทผู้ผลิตมีนิสัยสันดานแบบนี้ด้วยนะครับยิ่งต้องระวังให้มากๆ นี่คือส่วนน้อยของความเครียด และความหวาดระแวงของผู้ใช้ Chevrolet Cruze นี้นะครับ

นี่คือความไม่ได้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับ Chevrolet Cruze หากใครกำลังมองรถรุ่นนี้อยู่ และตั้งใจว่าจะซื้อ ขอให้คิดดูใหม่ และเปลี่ยนใจเถอะครับ จากปัญหาที่ทางกลุ่มผู้ใช้รถ Cruze เข้าประสบพบเจอมา ผมว่าคุณไม่ควรจะเอาตัวเองไปเจอกับปัญหาโดยที่ไม่จำเป็นนะครับ ยังมีรถยี่ห้ออื่น รุ่นอื่นที่ราคาพอๆกัน แต่ดีกว่านี้อีกเยอะนะครับ ไม่ว่าจะเป็น Accord, Camry หรือ Teana ลองดูรถญี่ปุ่นพวกนี้ดีกว่าครับ

วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2556

จะซื้อ รถใหม่ สักคัน ต้อง..???

มันเป็นคำถามที่ฟังแล้ว เหมือนเป็นคำถามโง่ๆ ที่ไม่น่าถามนะครับ กับคำถามที่ว่า จะซื้อ รถใหม่ สักคัน ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ? เพราะเมื่อตัดสินใจจะซื้อรถแล้ว ก็แปลว่ามันต้องมีเหตุจำเป็นจริงๆที่ต้องใช้รถ แล้วจะมาคำนึงอะไร ไปทำไมกัน ก็แค่ซื้อที่จำเป็นต้องใช้ แค่นั้นก็จบ ไม่เห็นต้องมานั่งตั้งเรื่องให้เป็นประเด็นเลย

โตโยต้าวีออส

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อจะซื้อ รถใหม่ !!

อันที่จริงแล้ว ไม่ใช่อย่างนั้นครับ การจะซื้อ รถใหม่ สักคันหนึ่ง จำเป็นต้องคำนึงถึงอะไรหลายอย่างทีเดียว เพราะรถหนึ่งคัน ราคาไม่ถูกนะครับ ราคารถใหม่ เนี่ยไม่ใช่ว่าซื้อมา ใช้ไปสัก 2-3 เดือน ไม่ชอบใจ เอาไปเทิร์นซื้อคันใหม่แบบที่อยากได้ดีกว่า มันไม่ง่ายขนาดนั้นนะครับ ที่สำคัญไปกว่านั้น ในปัจจุบัน มียี่ห้อ และรุ่นของรถให้เลือกมากมาย หลายแบบมากๆ พูดง่ายๆว่า ตัวเลือกมันเยอะขึ้น ราคาก็แพง ดังนั้นการจะตัดสินใจซื้อ รถใหม่ สักคันมันก็ต้องมีการคิดคำนึงถึงอะไรหลายๆอย่างกันบ้างนะครับ มาเริ่มกันเลยดีกว่า กับสิ่งที่เราต้องคำนึงถึง

1. ความจำเป็น อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถามตัวเองก่อนครับว่าจำเป็นต้องมีรถมั้ย ใครๆก็อยากมีรถกันทั้งนั้นแหละครับ มีใครบ้างอยากขึ้นรถเมล์ตลอดไป แต่มันก็อยู่ที่หลายๆอย่าง เช่นหน้าที่การงานของคุณ เช่นถ้าคุณทำงานออฟฟิศ แถวสีลม แต่บ้านอยู่แถวเมเจอร์รัชโยธิน ทุกวันนี้เดินทางได้สะดวกที่สุดด้วยการนั่งรถตู้ไปต่อรถไฟฟ้า คุณก็ไม่จำเป็นต้องซื้อรถมาให้เป็นภาระก็ได้ครับ เพราะซื้อมา ก็ต้องมาจอดเอาไว้ ไม่ได้ใช้งานมัน หรือคุณจะคิดขับมันไปจอดที่ลานจอดรถของรถไฟฟ้าหมอชิต รถใหม่ป้ายแดงเนี่ยนะครับ ผมว่าถ้าเป็นรถเก่าๆ มือสองอันนี้ดูจะเหมาะกับตรงนี้มากกว่านะครับ เพราะที่นั่นเป็นลานจอดรถกลางแจ้ง แดงร้อนเปรี้ยงๆ แถมยังเข็นรถเลื่อนชนกันแบบไม่สนใจใครอีก รถคนที่ไปจอดที่นั่นบุบ สีถลอกกันมาเยอะแล้ว ถามตัวเองก่อนนะครับ ว่า คุณ จำเป็นต้อง ใช้ รถ จริงๆหรือเปล่า

รถใหม่

2. งบประมาณ เมื่อถามตัวเองแล้ว และตอบตัวเองได้แล้วว่า มีความจำเป็น ที่ต้องใช้รถจริงๆ สิ่งที่ต้องคำนึงต่อมาก็คือ งบประมาณ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ ราคารถใหม่ ไม่ใช่ถูกๆ เอาเรื่องงบประมาณ มาก่อนความชอบส่วนตัวนะครับ เพราะงบประมาณจะเป็นตัวกำหนด ยี่ห้อ และรุ่น ของรถที่คุณจะสามารถซื้อได้ รถคันนึง ไม่ใช่ว่าแค่ซื้อมาได้ก็จบนะครับ มันมีค่าใช้จ่ายหลายอย่าง อันดับแรกก็ค่าน้ำมัน คุณต้องแน่ใจว่ามีเงินพอเติมน้ำมันใช้งานมันได้ จ่ายค่าน้ำมันไหว แบกรับภาระตรงนี้ไหว อันดับต่อไปก็ค่าดูแลรักษา ซึ่งรถใหม่ป้ายแดงส่วนใหญ่จะมีค่าใช้จ่ายในการดูแลน้อย มีแค่การบำรุงรักษา เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง อะไรพวกนี้เท่านั้น ต่อมาก็เป็นค่าประกันภัย แน่นอนว่าต้องเป็นชั้น 1 แน่นอน สำหรับรถป้ายแดง และต่อมาสำหรับรถมือสอง ค่าซ่อมครับ เตรียมเงินไว้ก้อนหนึ่งสำหรับซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่ไว้ได้เลย

isuzu d-max

3. ประเภทของรถ ผมให้คำนึงถึงข้อนี้หลังจากที่คิดถึงเรื่องงบประมาณแล้ว เพราะหากคุณมีงบประมาณไม่มาก แต่อยากได้รถ SUV มาใช้งาน อันนี้ก็เรียกว่าเกินตัวครับ ถ้าคุณมีงบน้อย ไม่อยากแบกภาระน้ำมันเยอะ ก็ต้อง รถอีโคคาร์ พวก นิสสัน มาร์ช หรือไม่ก็ Almera หรือ ถ้าต้องเดินทางออกต่างจังหวัด วิ่งทางไกลบ่อยมากๆ อันนี้ก็ควรจะเป็นรถซีดานขนาดใหญ่ หรือรถกระบะไปเลยดีที่สุด แต่ถ้ามีงบเยอะหน่อยก็อาจจะเล่นรถอเนกประสงค์พวก SUV ไปได้เลย อันนี้ก็สำหรับคนที่มีงบมากๆอยู่นะครับ

4. การดูแลรักษา อันนี้ก็จำเป็นต้องคิดก่อนนะครับ ไม่ใช่ต้องรอให้ซื้อมาก่อนแล้วค่อยมาตระเตรียม หรือนั่งคิด เช่น ที่จอดรถมีมั้ย ถ้าไม่มีแล้วจะไปจอดที่ไหน ต้องไปเช่าที่จอดรถหรือเปล่า แล้วต้องซื้ออะไรมาติดเอาไว้เพื่อป้องกันการโจรกรรม สิ่งเหล่านี้ต้องคิดและเตรียมเอาไว้ก่อนนะครับ แต่หลายคนก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ คิดแต่อยากจะได้ อยากได้รถไวๆ พอได้มา แล้วจะไปจอดไหน บ้านอยู่ในซอย แต่ต้องมาจอดหน้าซอย ใช่ครับ จอดได้ แต่อันตรายนะครับ สมัยนี้ ก็มีให้เห็นหลายกรณี เช่น คลิปที่มีคนมาถอดขโมยล้อรถ โตโยต้า ยาริส ไปเฉยเลย ทั้งๆที่จอดริมถนนใหญ่ มีรถวิ่งตลอด ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น ดังนั้น เรื่องการดูแลและการเก็บรักษารถที่เราซื้อมานั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องคำนึง ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถนะครับ

toyota fortuner

5. ศึกษาหาข้อมูล เกี่ยวกับรถรุ่นที่ต้องการ อันนี้ผมให้มาอยู่เป็นข้อสุดท้าย เพราะเป็นการหาข้อมูลก่อนที่จะทำการตกลงปลงใจ ไปจ่ายเงินจองกับเซลเพื่อซื้อรถ เพราะเมื่อคุณจองไปแล้ว ส่วนใหญ่ คุณสามารถยกเลิกการจองได้ แต่จะไม่ได้เงินค่าจองคืนนะครับ ส่วนใหญ่ก็ประมาณ 5 พันบาท ดังนั้น ศึกษาดูให้ดีก่อน ดูข้อมูลในอินเตอร์เนตก่อน เกี่ยวกับรถแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น ตามเวบบอร์ดของคลับรถต่างๆ ดู ตลาดรถ ก่อนว่าตอนนี้ตัวไหนดีที่สุด ที่สำคัญ “จงฟังหู ไว้หู” คืออ่านอะไรมาก็อย่าเชื่อทั้งหมด เพราะคนที่มาตอบบางคนก็ไม่ได้รู้ดีในเรื่องนั้นจริงๆ จากนั้นเมื่อมีข้อมูลของรถรุ่นที่สนใจแล้ว ก็เดินเข้าไปดูที่ showroom หรือ ลองเข้าไปนั่ง เข้าไปสัมผัสกับรถตัวที่เราอยากได้ก่อนเลยนะครับ หรือหลายๆ รุ่น หลายๆ ยี่ห้อก็ดี ลองนั่งดู ลองดูว่าชอบหรือไม่ จากนั้น เมื่อได้รุ่นที่เราตั้งใจว่าจะเอาแต่แล้ว ไปติดต่อที่ศูนย์บริการรถยี่ห้อนั่นๆ แล้วขอ Test Drive เลยครับ อย่าซื้อโดยไม่ทำการ ทดสอบขับ นะครับ เพราะคนส่วนใหญ่สมัยนี้แค่ไปลองนั่งๆ ที่งานมอเตอร์โชว์ ก็ตัดสินใจจองแล้ว ต้องลองขับก่อนนะครับ เพราะเรื่องของช่วงล่าง ระบบเบรก การเก็บเสียงห้องโดยสาร วิสัยทัศน์การมอง การเข้าโค้ง สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ตัวหนังสือในหน้าเวบบอร์ดในอินเตอร์เนต หรือ ในโบรชัว หรือคำบอกเล่าของเซล หรือคนอื่น มันไม่ทำให้คุณเข้าใจหรอกนะครับ มันต้องลองสัมผัสด้วยตัวเองจริงๆ

ที่ผมสรุปสิ่งที่เราต้องคำนึง ก่อนจะซื้อ รถใหม่ สักคันนั้น ก็เพื่อต้องการให้ทุกท่าน ได้หยุดความอยากได้ และมานั่งทบทวนกันสักนิด ใช้ความคิดสักหน่อย เพื่อให้ได้สิ่งที่ตรงกับความต้องการของตัวเองได้มากที่สุด ตอบโจทย์ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ หรือ ดีที่สุด เหมาะที่สุดกับตัวเองแล้ว หลังจากที่คุณอ่านบทความนี้จบแล้ว คุณอาจจะเปลี่ยนใจ เลือกรถอีกรุ่นหนึ่งที่แตก ต่างจากที่คุณเคยมอง และตั้งใจจะซื้อเอาไว้ในตอนแรกก่อนจะมาอ่านบทความนี้ก็ได้นะครับ

วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2556

รถทัวร์ กลับลำ กลางถนน ข้าง หมอชิต ความมักง่าย หรือ ประมาท ?

ความมักง่าย ของคนขับรถในทุกวันนี้ นับว่ามีอยู่เยอะแยะมากมาย ตัวผมเองก็เป็นคนที่ใช้รถ ใช้ถนน คนหนึ่ง ที่ต้องสัญจรอยู่บนถนนในกรุงเทพทุกวัน เช้า กลางวัน และ เย็น และต้องพบเจอกับ ความมักง่าย แบบนี้เสมอ แต่โดยปกติที่ผมเจอ มักจะเป็นความมักง่ายของพวกรถเล็ก คือ พวก รถมอเตอร์ไซค์ หรือไม่ก็ รถเก๋ง รถกระบะ ทั่วไป แต่ที่วันนี้เจอเต็มๆก็คือ ความมักง่ายของรถใหญ่ นั่นคือ รถทัวร์ นั่นเอง เรื่องนี้ถือว่าอันตรายนะครับ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมากทีเดียว เพราะรถใหญ่ทำอะไรได้ช้า ต้วมเตี้ยม และเทอะทะ กว่ารถเล็กทั่วไป การที่รถใหญ่ๆ จะมากลับลำ หรือ ตีโค้งอะไรพวกนี้เนี่ย มันต้องทำแบบช้าๆ ทำเร็วๆ เหมือนพวกรถเล็กๆ ที่มีวงเลี้ยวแคบๆ ไม่ได้ ดังนั้น การที่ รถทัวร์ ไม่กลับรถ ในที่ที่เค้ามีไว้ให้กลับ หรือ มักง่าย อยากกลับตรงไหนก็กลับ ขี้เกียจขับไปไกลกว่านี้ สิ่งที่มีตามมา ก็คือ อุบัติเหตุครับ โดยส่วนตัวแล้ว ผมเจอมาเยอะมากๆ เคยประสบเห็นคาตาก็หลายครั้ง แต่ไม่มีกล้องวีดีโอบันทึกไว้ คราวนี้เป็นโอกาสดี เลยต้องจัดสักหน่อย ให้ดู ให้เห็นถึงความมักง่ายที่ผมว่ากันครับ

รถทัวร์

จุดที่ผมพูดถึงการกลับรถแบบ มักง่าย ของ รถทัวร์ ในครั้งนี้นั้น เกิดขึ้นที่ ถนนกำแพงเพชร 6 ด้านข้างของ สถานีขนส่ง หมอชิต นั่นเอง จะเป็นของ สมบัติทัวร์ หรือ นครชัยทัวร์ หรือบริษัทไหนก็ไม่ทราบได้ คนขับรถเค้าคงคิดว่า เป็นถิ่นของเค้าอ่ะนะ เลยอยากทำอะไรก็ทำ อีกอย่าง ถือว่ารถใหญ่ไงครับ รถเล็กชนมาก็ไม่สะเทือน แถมยังเป็นเหล็กทั้งคัน ยิ่งถ้าพวก Eco Car ชนเข้าไปล่ะก็ รถเล็กพวกนี้จะเจ็บตัวซะเองแบบยับเยินเลยซะมากกว่า ตำแหน่งที่ผมถ่ายรถทัวร์คันนี้กลับรถ ก็อยู่ตรง เครื่องหมาย ดาว บนแผนที่ด้านล่างนี้แหละครับ

สมบัติทัวร์

ถนนเส้นนี้ ไม่ใช่ถนนสายเปลี่ยว ไม่ค่อยมีรถวิ่งนะครับ แต่เป็นถนนที่มีรถใช้เยอะมากๆ เพราะว่ามันจะช่วยหลีกหนีการจราจรที่ติดขัดบนถนน กำแพงเพชร 2 ด้านหน้า สถานีขนส่งหมอชิต ได้ แล้วลัดไปกลับเข้า ถนนกำแพงเพชร 2 ได้อีกที ก็ตรงจุดใต้ทางด่วน ตรงใกล้ๆกับที่ผมเจอ รถมอเตอร์ไซค์ สาวโรงงาน ซ้อน 2 ไม่ใส่หมวกกันน็อค ปาดหน้ากะทันหัน นั่นแหละครับ หรือสามารถลัดไปตามทาง เลียบทางรถไฟ ไปออกที่ แยกวัดสเมียนนารีได้เลยนะครับ ดังนั้น เส้นทางที่ผมว่ามานี้ ถือเป็นเส้นทางถนนใหญ่ ที่มีรถสัญจรเยอะทีเดียว ยิ่งในช่วงเวลาเร่งด่วนหรือช่วงเย็นวันศุกร์ ที่ต้องมีคนเดินทางมาที่ สถานีขนส่งหมอชิต เนี่ยนะครับ เส้นนี้ยิ่งมีรถเยอะมากเข้าไปใหญ่

ตัวอย่าง รถทัวร์ มารยาททราม อยากกลับรถตรงไหนก็กลับ


การที่ รถทัวร์ ซึ่งเป็นรถใหญ่ มากลับรถกลางถนนแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแบบนี้ ไม่ถูกต้องนะครับ หากดูเส้นจราจรบนถนนแล้วจะเห็นว่าไม่ใช่เส้นประ และไม่มีการเว้นช่องเอาไว้สำหรับกลับรถเลย เป็นเส้นเหลืองซึ่งแบ่ง ทิศทาง การสัญจร ออกเป็นสองเส้นทางใหญ่ คือให้สวนกันเท่านั้น ส่วนลายเส้นที่พาดขวางตรงกลางนั้นเป็นจุดที่เอาไว้ให้คนไปยืนเวลาข้ามถนน พูดง่ายๆ เหมือนเป็นเกาะกลางนั่นเอง เพียงแต่ไม่ได้ก่ออิฐเทปูนไปเป็นเกาะกลางเท่านั้น เรื่องนี้ คนที่ขับรถทัวร์ ซึ่งเป็นพนักงานขับรถประจำทาง จะบอกว่าไม่รู้เรื่องรายละเอียดของสัญลักษณ์จราจรนี้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะพวกเค้าเองต้องผ่านการสอบใบขับขี่หนักกว่าพวกรถยนต์ส่วนบุคคลเยอะ เพราะมือของพวกเค้า ต้องแบกรับภาระชีวิตของผู้โดยสารเอาไว้ จะมาขับแบบ “มักง่าย” แบบนี้ไม่ได้ หรือหากจะปฏิเสธว่าไม่ได้ มักง่าย แต่ทำไปเพราะใจร้อน อันนี้ยิ่งไม่ได้ใหญ่ คนขับรถทัวร์โดยสาร จะมาขับรถใจร้อนได้ไง อย่างนี้ถ้าเจอรถคันไหนปาดหน้าบนถนนใหญ่ แล้วคุณซึ่งเป็นคนขับไม่พอใจ ก็เหยียบเร่งแซงไปปาดหน้าคืน หรือขับฉวัดเฉวียน กวน teen เค้าเนี่ย ก็ทำได้สิ โดยไม่ต้องคำนึงถึงชีวิตของผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในรถคุณอย่างนั้นหรือ ?

จริงอยู่ว่าในขณะที่กำลังกลับรถกลางถนนนั้น ไม่มีผู้โดยสาร แล้วไม่คิดบ้างเหรอครับ ว่ารถที่เค้ากำลังวิ่งมาทางตรงเนี่ย จะเป็นยังไง เค้าวิ่งของเค้ามาอยู่ดีๆ แล้วก็ต้องมาเบรก ให้กับความมักง่ายของคุณ แต่คุณก็อาจจะบอกได้ว่า ของแบบนี้มันต้องมีน้ำใจบนท้องถนนกันบ้างครับ ถ้าคุณต้องมาเบรกตัวโก่ง เพราะมีรถกลับลำตัดหน้าคุณเนี่ย คุณจะยิ้มแล้วรู้สึกดีมั้ยครับ ที่คุณได้เหยียบเบรกแบบกระทันหัน ด้วยความมีน้ำใจของคุณ เหตุผลที่ผมว่ามานี้ เชื่อเถอะครับ ว่ามีคน “มักง่าย” คิดแบบนี้อย่างแน่นอน และผมก็บอกได้เลยว่า พวกนี้มัน “ปัญญาอ่อน” และเป็นพวกที่มีปัญหาครับ

มาถึงตรงจุดนี้ ก็อยากให้เข้าใจ Concept ของการที่ผมทำเวบไซต์นี้ขึ้นมา หลายคนอาจจะคิดว่า ผมทำขึ้นมาเพื่อ ด่า ด่า ด่า แล้วก็ ด่า สนองอารมณ์โมโหของผมที่เกิดขึ้นบนท้องถนนอย่างนั้นใช่หรือไม่ ?
ผมตอบได้เลยครับ ว่า ใช่? จุดประสงค์ของผมคืออย่างนั้นเลย แต่มันเป็นเพียงแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่ง ผมอยากเอาเรื่องแบบนี้ ที่พวกเราทุกคนต้องเจอกันอยู่ทุกวัน แล้วทน ทน ทน ตามประสาคนไทย นิ่งเฉย อดทน แล้วก็เก็บไว้ แล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป ผมอยากให้นิสัยคนไทยอย่างพวกเรา จบลงเสียที ผมเขียนด่าลง ไดอารี่ ผมก็หายหงุดหงิดครับ แต่ผม อยากเอามาเปิดเผย ให้ทุกคนที่เข้าถึงอินเตอร์เนต ได้รับรู้ ได้เห็นสิ่งที่ผมเห็น ได้รู้สึกสิ่งที่ผมรู้สึก แล้วคุณจะเข้าใจ ว่าทำไมผมต้องเอาสิ่งที่ผมเจอมา มาเปิดเผยแบบนี้ มันน่าจะถึงเวลาแล้วนะครับ ที่เราจะปลุกจิตสำนึกที่ดี ในการขับรถบนท้องถนนกัน

เพราะ วินัย บนท้องถนน สะท้อน วินัย ของคนในชาติ นะครับ

If you see what I see… If you feel what I feel… and you shall realize why I’m doing this.

รถตู้ ใช้ในราชการ แซง ปาดหน้า ลัดคิว หน้าตาเฉย รถหลวง เค้าทำกันแบบนี้เหรอ?

จากที่ผมเคยพูดถึงเรื่องการปาดหน้า แซงลัดคิว อย่างกรณีของ นิสสัน ทีด้า ที่แยกลาดปลาเค้า ที่ผ่านมา วันนี้ที่น่าจะเอามาเป็นประเด็นทางสังคมพอสมควรเลย ก็คือ ถ้ารถที่ปาดหน้าเนี่ย เป็น รถตู้ ที่ ใช้ในราชการ ล่ะ หรือพูดง่ายๆว่า รถหลวง เนี่ย มันจะทำให้คุณๆทุกคนที่อ่านบทความนี้ รู้สึกอย่างไร ลองนึกดูนะครับ จินตนาการดูว่าคุณเป็นผม ตามคลิปที่ผมแปะมาด้านล่างเนี่ย คุณเห็นแบบนี้คุณจะรู้สึกอย่างไรบ้าง เมื่อเจอการกระทำแบบนี้จาก “รถหลวง

รถตู้

ที่ผมสามารถระบุได้เลยว่าเป็น “รถหลวง” ก็เพราะผมเห็นสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ ตราอะไรไม่รู้ แต่ดูแล้วว่าเป็นของทางการ หรือ หน่วยงานราชการแน่นอน แถมด้านหลังยังมีเลข 11 รวมทั้งมีการพ่นสีที่ด้านท้ายรถอีกว่า “ใช้ในราชการเท่านั้น” และอีกปัจจัยที่สำคัญคือ รถตู้ นิสสัน รุ่นนี้ เป็นรุ่นยอดนิยม ที่หน่วยงานราชการ และหน่วยทหาร นิยมจัดซื้อมากันในยุคสมัยหนึ่ง ผมเองก็เป็นคนในวงการ รู้เรื่องนี้ดี แต่ถ้าใครมีเส้นสายและสงสัยว่าผมมั่วหรือไม่ ก็เอาทะเบียนไปตรวจสอบได้เลยครับ (ถ้าทำได้อ่ะนะ) เป็น รถตู้ นิสสัน สีเงิน ทะเบียน ฮข 6272 กทม. (อักษรและตัวเลขบนทะเบียนเป็นสีน้ำเงิน) ผมเชื่อว่า ถ้าเรื่องนี้เป็นกระแสสังคมขึ้นมา คงจะได้รู้กันเป็นแน่ว่าเป็นรถของหน่วยงานไหน

ตัวอย่าง รถตู้ นิสสัน ที่ใช้ในราชการ แซงคิว ปาดหน้าเฉยเลย


รายละเอียดของเหตุการณ์ ก็เกิดตรง แยกสะพานดำ (แยกโคตรเจ้าปัญหา เดี๋ยวผมจะมาเปิดประเด็นนี้ทีหลัง) โดยผมมาตาม ถนนกำแพงเพชร และกำลังจะมุ่งหน้าตรงไปที่ ถนนกำแพงเพชร 5 ซึ่งก็อยู่ถูกเลนเรียบร้อย ติดไฟแดงอยู่ พอไฟเขียวเท่านั้นแหละ พ่อรถตู้นิสสันคันนี้ก็มาจากไหนไม่รู้ ปาดเข้ามาซะให้ ผมเลยหยุดรถไว้ให้เค้าไปก่อน ก็มาปาดเบียดซะอย่างเร็ว ถ้าผมออกตัวเร็วๆ ก็ซัดกันไปแล้ว โชคดี แม่ย่านางรถช่วยไว้ ดูตามคลิปได้เลยครับ สะดุดตาตรงที่ เป็น รถของหน่วยงานราชการ ความรู้สึก “ส่วนตัว” ของผมเองในตอนนั้นเลยนะครับ คือ “มึงใหญ่มาจากไหนวะ ขับรถหลวงแล้วขับ here ๆ แบบนี้เหรอ” ขออภัยที่อาจมี soundtrack หยาบไปบ้าง แต่อยากให้มันสื่อถึง feeling จะว่ามันรีบ แล้วผมไม่รีบหรือไง ก็รีบกันทุกคนแหละ แต่เค้าก็เข้าคิวเรียงแถวกัน นี่มาปาดกันเห็นๆ

จอแจ.com รถตู้ ใช้ในราชการ แซง ปาดหน้า ลัดคิว

อันที่จริงแล้ว ถ้าใครใช้เส้นทาง ผ่าน แยกสะพานดำ นี้บ่อยๆ ก็น่าจะเข้าใจว่า ตรงจุดเนี้ย ปาดกันประจำครับ ทุกเช้า และ เย็น มาปาดกันแบบนี้ตลอด ทั้งๆ ที่กล้องตรงแยกนี้มีหลายตัวนะครับ เส้นตรงนั้นก็ทึบ คือห้ามปาดหน้า แซงคิว อ่ะ ป้อมตำรวจก็อยู่ตรงนั้นเลย เห็นจะจะ อุบัติเหตุตรงนั้นก็มีบ่อยมาก ผมเจอรถจอดข้างเกาะกลางฟุตบาท ตรงนั้นประจำ คือจอดรอประกันน่ะครับ แล้วทำไมมันถึงยังต้องเป็นแบบนี้กันอยู่ ยิ่งเป็น รถที่ใช้ในราชการ แล้ว ยิ่งไม่น่าทำตัวเหมือนพวกแท็กซี่ ที่ไร้มารยาททั้งหลายนะครับ
ผมอยากให้มองนิดนึงว่า การขับ รถที่ใช้ในราชการนั้น ก็เหมือนการถือตราหน้าหน่วย หรือ ชื่อเสียงของหน่วยงานของรัฐเนี่ย ไปทุกๆที่ คุณขับดี มันก็ดี คุณขับเลว คนเค้าไม่ว่าคนขับอย่างคุณหรอก เพราะเค้าไม่รู้จักคุณ แต่เค้าจะเหมารวมว่า รถตู้ของหน่วยนี้ทำไมมันขับแบบนี้วะ พวกตาสีตาสา อย่างพวกผมคงไปทำอะไรคุณไม่ได้หรอก แต่ถ้าบังเอิญ ไอ้รถที่อยู่ในแถวที่เค้าต่อคิวเนี่ย เป็นรถของผู้บริหารในหน่วยงานเดียวกับรถตู้ของคุณล่ะ คุณในฐานะคนขับรถ ก็เตรียมตัวซวยได้เลยครับ มันเป็นการทำให้ชื่อเสียหน่วยเสียหายจริงๆ ยิ่งขับ รถที่ใช้ในราชการ หรือ รถหลวง ยิ่งต้องขับให้ดี ต้องรักษากฎหมาย และวินัยจราจรให้เป็นตัวอย่างที่ดี แค่เค้าเห็นตราสัญลักษณ์ว่ารถตู้เนี่ยเป็น รถหลวง เค้าก็เกรงใจให้ทางแล้วล่ะครับ ไม่จำเป็นต้องขับเลวๆ หรอกครับ ทุกคนมีสิทธิ์ใช้ถนนเหมือนกันหมดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถ Benz, Ferrari, Vios, Fortuner, รถกระบะ Vigo, Isuzu Dmax, รถเต่า, รถเน่า, รถซาเล้ง, รถตุ๊กๆ, รถมอเตอร์ไซค์ ทุกคนก็มีสิทธิ์เท่ากันครับ ไม่มีใครเป็นเจ้าของถนน ถนนนี้สร้างขึ้นมาจากเงินภาษีของประชาชน ดังนั้น การที่คุณขับรถหลวง ก็สมควรจะพึงระลึกถึงเรื่องพวกนี้ไว้บ้างนะครับ ว่าพวกคุณก็ไม่ได้มีอภิสิทธิ์เหนือกว่าคนทั่วไปอย่างไร และยิ่งคุณเป็นแค่ “คนขับรถ” ตำแหน่งแค่นี้ ไม่ได้ถือว่าสูงนะครับ อย่าคิดว่าใหญ่ อย่าคิดว่ามีนาย ถ้าคุณทำตัวแย่ๆ ขับรถเลวๆ แบบนี้ ชนมา แล้วผิด นายเค้าก็ไม่ช่วยคุณหรอกครับ
ขอบอกเลยครับ ว่าตัวผมเองก็เป็นข้าราชการ พ่อผมก็เป็นข้าราชการ แต่ผมและพ่อก็ไม่เคยทำนิสัยแบบนี้ ผมเรียนขับรถมาจากพ่อผม พ่อผมขับรถไปไหน ก็ขับไปแบบนุ่มๆ ตรงไหนถนนว่าง ก็ซัดเร็ว (ขับช้าไม่ดีนะครับ เพราะรถข้างหลังเค้าก็ต้องมาช้าตามเรา) ตรงไหนรถติด ก็ไปเรื่อย ตามเลน ไม่ปาด ไม่แซงโดยไม่จำเป็น แบบแซงออกมาแปปนึง แล้วแซงกลับเข้าไปใหม่ พ่อผมขับแบบไปเรื่อยๆ รีบ แต่ไม่ รน ถึงที่หมายก็ไม่ช้านะครับ ตามประมาณเวลาที่เราคำนวณเอาไว้ในใจตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง หรือพูดง่ายๆ ก็คือเผื่อเวลารถติดเอาไว้แล้ว ดังนั้น ผมจึงไม่มีความอคติกับข้าราชการเลยแม้แต่น้อย แต่โกรธที่หน่วยงานราชการต้องถูกมองว่าขับรถไม่ดี เพราะนิสัยของคนขับรถ ซึ่งเป็นลูกจ้าง ที่มีนิสัยมักง่ายเพียงคนเดียว รถมันไม่ผิด แต่มันผิดที่คนขับ
ก็อยากฝากเอาไว้นะครับ ใครเจอคนขับเลวๆแบบนี้ ก็ส่งรูปมาได้ครับ หรืออัดคลิปมาแล้วอัพขึ้น youtube แล้วส่งลิงค์มาให้ผมเอาลงเวบไซต์ เพื่อแชร์กันได้นะครับ เพื่อประจานคนขับแย่ๆ และส่งเสริม รวมทั้งปลุกจิตสำนึกการขับรถที่ดีกันด้วยครับ (ผมไม่ได้รับเงินค่ารณรงค์จากกรมการขนส่งทางบกมานะครับ คิดเอง ทำเอง ตาม feeling ส่วนตัวล้วนๆ)

วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2556

แท็กซี่ สุดซวยคานเหล็กรถไฟฟ้าสายสีม่วงหล่นทับเฉย

กำลังจะเขียนอยู่พอดี เกี่ยวกับอุบัติเหตุ หรือ “ความซวย” ที่พวกเราคนใช้รถต้องได้รับ จากพวกที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า ในทุกๆ สาย ก็ดันเกิดเหตุขึ้นมาซะก่อน เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ที่คานเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้าง รถไฟฟ้า สายสีม่วง บริเวณใกล้แยกเตาปูน หล่นลงมาทับรถที่จอดติดไฟแดงอยู่ข้างล่าง ทำให้มีรถได้รับความเสียหายถึง 4 คัน แท็กซี่ 2 คัน รถยนต์ส่วนบุคคลอีก 2 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 6 มิ.ย. 56 หรือเมื่อตอนสายของวันนี้นี่เอง ซึ่งก็กลายเป็นข่าวใหญ่โตกันไปของวันนี้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ที่เห็นเป็นข่าวใหญ่ก็มีอยู่ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ มีการทำคานเหล็กหล่นเข้าไปในบ้านคนที่อยู่ริม ถนนกรุงเทพ-นนท์ และอีกครั้งเมื่อ 26 เมษาฯ ที่ผ่านมาที่ทำกำแพงปูนหล่นลงมาทับแท็กซี่ ก็ตรงแยกเตาปูนนี่อีกแหละครับ มันเป็นเรื่องที่น่ามาวิเคราะห์ และพูดคุยกันนะครับ

แท็กซี่ ซวยสุดๆ ดันเจอคานเหล็กหล่นใส่เฉยเลย

คานเหล็ก รถไฟฟ้า แยกเตาปูน

ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าพวกนี้มากๆ บ้านผมไม่ได้โดนเวนคืนที่ดินไปสร้างรถไฟฟ้านะครับ แต่เส้นทางที่ผมใช้ประจำนั้น กำลังก่อสร้างตาม แผนที่รถไฟฟ้า หมดเลย นั่นคือ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ช่วงบางพลัด ถึง บางกรวย, ถนนกรุงเทพ-นนท์ ตั้งแต่วงศ์ว่าง ไปจนถึงแยกติวานนท์ และ ถ.ติวานนท์ตั้งแต่แยกติวานนท์ ไปจนถึง แยกแคราย รวมทั้งถนนรัตนาธิเบศร์อีกด้วย มันจะสร้างอะไรกันนักกันหนา แต่สำหรับการพัฒนารถไฟฟ้านั้นผมเห็นด้วย แต่เรื่องสิ่งของที่ร่วงลงมาในขณะก่อสร้างนี่สิครับ ที่ผมรับไม่ได้ ผมเชื่อว่าทุกท่านที่ใช้รถอยู่บนถนน ก็คงจะรับไม่ได้เช่นกัน ถ้ารถสวยๆ ของคุณต้องโดยเศษปูนหล่นลงมากระทบสีรถคุณ ถ้าคุณมาเร็วมากหน่อย มันอาจเจาะเข้าในเนื้อสีของคุณได้ลึกทีเดียว

ผมจะขอเล่าสิ่งที่ผมเจอมานะครับ ตั้งแต่ตอนที่พวกเค้าเริ่มสร้างกันใหม่ๆ รถผมโดนเข้าเต็มๆครับ March ป้ายแดง เศษปูนลงมากระทบเต็มๆ เจาะเข้าเป็นแผลเลย ผมจอดรถเดินลงไปจะเอาเรื่อง แต่ตอนนั้นวิศวกรไม่อยู่ ไม่รู้มันหายหัวไปไหน มีแต่หัวหน้าช่าง ซึ่งก็ช่วยอะไรไม่ได้ ผมก็เลยเรียกประกันมา แล้วก็ให้ประกันเคลม รวมทั้งจัดการแทนผมด้วย แล้วผมก็เอารถไปซ่อม ต่อมาก็มีพวกน้ำๆ เนี่ยลงมาประจำ โดนตลอด หลบไม่ได้หรอกครับ เพราะมันลงมากลางเลนเลย คุณจะหักหลบน้ำแล้วไปชนกับคันอื่นที่เค้าวิ่งมาก็ไม่ใช่ ถ้าเป็นน้ำเปล่า ผมก็คงจะไม่หลบ แต่นี่เป็นน้ำปูนนะครับ ผมเคยจอดดูน้ำที่มันลงมาโดนรถผม มีทั้งเศษปูน และเศษสนิม นี่มันอะไรกันวะ ทำไมไม่ทำท่อระบายน้ำ คิดจะทิ้งอะไรก็ทิ้งลงมาโดยไม่สนใจใครเลยหรือไง และล่าสุด เมื่อเดือนที่แล้ว อันนี้แสบสันสุดๆ ระวังกันนะครับ “สี” ครับ สีน้ำแบบที่ทาปูน ทาบ้านเนี่ยแหละครับ เป็นแบบแห้งช้า กระเด็นเป็นละอองหยดๆลงมา ตอนขับคุณก็ไม่รู้หรอกครับ เพราะคุณจะนึกว่าเป็นน้ำปูน หรือน้ำสกปรกเหมือนทุกที แต่พอขับไปถึงที่หมายแล้วจอดดูเท่านั้นแหละ นี่มันสีนี่หว่า โอ้โห เลวมากๆ ทำไมไม่เอาอะไรรองสีกันมันกระเด็นมาโดนรถที่ผ่านไปมาเลยเหรอ ผมก็รีบเช็ดออกทันที โชคยังดีที่มันเป็นสีแบบแห้งช้า เลยยังเช็ดออกได้ แต่ตอนนั้นมันเย็นมากๆ ผ่านไปหลายวัน ผมเพิ่งมาเห็นว่า เหลืออยู่จุดนึง ตอนนี้แห้งแข็งติดไปแระ เอาเล็บขูดก็ไม่ออก ผมก็เลยปล่อยมันไว้เป็นที่ระลึก กับความทุเรศของการก่อสร้างรถไฟฟ้าในทุกๆเส้นที่มีอยู่ตอนนี้

แท็กซี่ สุดสวย เจอคานเหล็กหล่นใส่ซะงั้น บริษัทก่อสร้างรับผิดชอบแค่ไหน???

คานเหล็ก รถไฟฟ้า แยกเตาปูน

ยังไม่ทันได้มาเขียนลงบทความ เรื่องก็เกิดขึ้นจนได้ น่าเศร้านะครับ ถ้าเราเป็นเจ้าของรถ คงจะโกรธและเสียใจมากทีเดียว แท็กซี่ ก็เช่นกัน ถ้าเป็น รถแท็กซี่ เช่าก็คงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็น แท็กซี่ป้ายแดง นี่สิ แย่เลย เพราะต้องส่งค่าผ่อนรถทุกวัน แต่อย่างไรก็ตาม นับว่าโชคดีมากที่หล่นลงบนรถในจุดที่ไม่สำคัญเช่น ตรงกลางหัวคนขับ และยังดีที่คานเหล็กไม่แข็งมากเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับโครงเหล็กตัวรถ และโชคดีที่สุด ที่ตรงนั้นไม่มี รถจักรยานยนต์  จอดอยู่ ไม่งั้นพวกขับ รถจักรยานยนต์ คงเจ็บหนักถึงขั้นหามเข้าโรงพยาบาลแน่นอน ที่น่าโกรธที่สุดคือความเสียหาย รถของพวกผู้เสียหาย อยู่ดีๆ ก็ต้องมาพัง ต้องเอาไปซ่อม ไม่ได้ซื้อใหม่นะครับ ซ่อมอย่างเดียว แล้วซ่อมช่วงโครงหลังคาของรถเนี่ย เป็นการเคาะอย่างเดียวซึ่งแย่มากครับ ยังไงมันก็ไม่เหมือนเดิมหรอกครับ ผมอยากรู้มาก ว่าทางบริษัทที่รับผิดชอบในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูนเนี่ย จะชดใช้ค่าเสียหายอย่างไรบ้าง ใช้แค่ค่าเสียหายต่อรถยนต์เท่านั้นหรือ ไม่มีค่าปลอบขวัญคนที่ได้รับความเสียหาย ค่าเสียเวลาที่จะไม่มีรถไปทำงาน พวกเค้าต้องได้รับด้วยมั้ย ทั้งๆที่มันสมควรอยู่แล้ว แต่สุดท้ายผมว่าคงได้แค่ค่าเสียหายรถยนต์ที่เอาไปซ่อมกับขวัญถุงปลอบใจอีก 4-5 พันบาทแหละครับ จริงๆแล้วน่าจะสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้มากกว่านี้ แต่ถ้าเจรจายอมความกันไป บริษัทพวกนี้ก็จ่ายเงินน้อยหน่อย ป่านนี้คงมีการส่งคนมาติดต่อเจรจาค่าเสียหาย เพื่อไม่ให้ต้องเป็นเรื่องการฟ้องร้องกันไปเรียบร้อยแล้วล่ะครับ ก็อย่างว่า นี่แหละ Thailand Only!

คานเหล็ก รถไฟฟ้า แยกเตาปูน

น่าสังเกตตรงที่ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของความประมาทเลินเล่อ ของบริษัทที่ดูแลการก่อสร้างรถไฟฟ้าพวกนี้ แต่ก่อนหน้านี้มีเกิดขึ้นถึง 2 ครั้งใหญ่ๆ และหลายร้อยครั้งที่เป็นยิบย่อยแบบที่ผมเจอมา ที่น่าสังเกตคือ “กลับไม่เป็นข่าว” เพราะอะไร เพราะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญพอจะเป็นข่าวงั้นเหรอครับ อันนี้ผมว่าไม่ใช่ หรือพอมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ถ้าปิดข่าวได้ ก็ปิด ด้วยการที่ทางบริษัทที่ดูแลการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆนี้ ก็รีบส่งตัวแทนเข้าไปดูแล เจรจาค่าเสียหาย เอาให้ผู้เสียหายพึงพอใจ แล้วก็ปิดข่าว ทำให้มันจบๆ ไป ซึ่งอันที่จริงแล้ว ผมบอกเลยนะครับว่า พวกผู้เสียหายพวกนี้ ค่อนข้างที่จะเสียรู้ให้กับตัวแทนของบริษัทพวกนี้ครับ พวกบริษัทพวกนี้มันหัวหมอครับ เวลาเจรจา มันก็จะเจรจาชดใช้ค่าเสียหายให้เต็มที่ และมีเงินปลอบขวัญให้อีกนิดหน่อย แล้วก็จบๆไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้เสียหาย มีสิทธิ์ที่จะได้รับค่าเสียหายมากกว่านั้นเยอะ เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เกิดจากความประมาทเลินเล่อในการก่อสร้าง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน หากคุณทำการฟ้องร้อง คุณจะได้มากกว่าแค่ค่าเสียหายของรถยนต์ที่พังไป แต่จะได้ค่าเสียเวลา ค่าเดินทางโดยที่ไม่มีรถ ค่าปลอบขวัญ และหากบาดเจ็บยังเรียกค่าเสียหายได้อีกด้วย พูดง่ายๆว่าได้มากกว่าที่พวกตัวแทนบริษัทนี้มาเสนออีกเยอะ แต่ที่พวกผู้เสียหายพวกนี้ แม้ว่าจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แก่ใจ เกี่ยวกับสิทธิ์และผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับ แต่ก็เลือกที่จะรับเงินสดจากพวกตัวแทนบริษัทดีกว่า เพราะรู้อยู่ว่าการฟ้องร้องนั้น ต้องใช้เวลายาวนานมาก ไม่คุ้มกับการที่ต้องเสียเวลาจ้างทนาย เดินทางไปศาลบ่อยๆ เป็นปีกว่าจะได้รับค่าเสียหาย แต่ถ้าเป็นผม รถเรามีประกันอยู่แล้วก็ให้ประกันซ่อม เรื่องฟ้องร้องก็จัดไป ซึ่งส่วนใหญ่ประกันจะเป็นฝ่ายช่วยฟ้องร้องอีกต่างหากด้วย เพราะมันเป็นสิทธิ์ของเรานะครับ อย่าไปยอมพวกมัน

พวกบริษัทที่มารับก่อสร้างพวกนี้นั้น เป็นบริษัทที่เรียกได้ว่า ยักษ์ใหญ่ ในวงการก่อสร้างเลยทีเดียวครับ พวกนี้เค้ามีเงินอยู่แล้วครับ เอะอะอะไรก็เอาเงินมาชดใช้ให้ แต่มันไม่เพียงพอหรอกครับ อันที่จริงแล้ว ถ้าเป็นในต่างประเทศ ถึงแม้ผู้เสียหายจะไม่เอาเรื่องและยอมความกันไป แต่ทางรัฐหรืออัยการเขตจะเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเองนะครับ เพราะถือเป็นการสร้างความเสียหายให้กับประชาชน ต้องชดใช้ให้รัฐนะครับ แต่อย่างว่า ย้ำอีกครั้งว่า เพราะนี่คือ Thailand Only! ก็หยวนๆ กันไปละกันนะ

ฟันธง ! nissan almera หรือ march เลือกอันไหนดี

ขอพักจาก การวิพากษ์วิจารณ์การขับขี่บนถนน และเรื่องเครียดๆ ของการจราจร มาพูดคุยกันในเรื่องนี้สักหน่อย ในยุคนี้ พ.ศ. นี้ ต้องบอกว่า Eco Car กำลังเป็นที่นิยมกันมาก ผู้ผลิตรถยี่ห้อดังๆ ที่เรารู้จักกัน ผลิตรถ อีโค คาร์ มาแข่งขันกันในตลาดล่างกันน่าดูเลยทีเดียว ด้วยราคาที่ใกล้เคียงกัน ขนาดรถ ที่ใกล้เคียงกัน เป็นเรื่องยากทีเดียวที่จะเลือกว่าจะเอายี่ห้อไหนดี แต่อย่างไรก็ตามการต้องเลือกว่าจะเอายี่ห้อไหนดีนั้น ยังง่ายกว่า การที่ต้องมาเลือกว่า จะเอารุ่นไหนดี ในที่นี้ผมจะพูดถึงคำถามยอดฮิตกันเลยทีเดียว นั่นคือ ระหว่าง  nissan almera หรือ march เลือกอันไหนดี ล่ะ???

nissan almera

ด้วยความที่ นิสสัน ดันเป็นผู้ผลิตรายเดียวที่ดันออกรถ Eco Car มาสองรุ่น สองแบบ ที่มีสมรรถนะเหมือนกันเลย ต่างกันที่เป็นแบบคันเล็ก 5 ประตู hatchback กับแบบคันใหญ่ ซีดาน เครื่องยนต์ก็เป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวกัน การตกแต่งภายในก็เหมือนกัน วัสดุก็เป็นแบบเดียวกัน ทีนี้ เลยเป็นเรื่องยากของผู้ที่ต้องการจะซื้อว่า แล้วจะซื้อตัวไหนดีล่ะ ระหว่าง nissan almera หรือ march เลือกอันไหนดีกันล่ะทีนี้ เลือกอย่างเหมือนกันนะครับ รักพี่ เสียดายน้อง สวยและมีดีกันคนละแบบ อีกคันก็เล็กสะดวกสบาย แต่งสวย อีกคันก็ใหญ่ นั่งกันสบาย มีที่เก็บของข้างหลังเยอะ แต่งก็สวยอีกนั่นแหละ เลือกยากมากๆ

เปรียบเทียบ  nissan almera และ นิสสัน march

nissan march

จากที่ผมเอง มีทั้ง nissan march และ nissan almera ไว้ในครอบครองทั้ง 2 คัน โดย นิสสัน มาร์ช ที่ผมมีนั้นเป็น new March นะครับ ที่เพิ่งออกมาปี 2013 เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง ผมก็เลยอยากจะเอาประสบการณ์ที่ผมมี มาแชร์กันให้เห็นๆไปเลยดีกว่าครับ ชัดเจนที่สุด จบที่บทความนี้เลย ไม่ต้องไปหาอ่านอีกทั้งในเวบบอร์ดของ March club และ เวบบอร์ดของ Almera club มาว่ากันเลยดีกว่านะครับ
  • นิสสัน มาร์ช มีขนาดกะทัดรัด เข้าจอดรถง่าย เนื่องจากมีขนาดความยาวที่สั้นกว่า Almera 
  • ช่วงล่างทั้ง March และ Almera ไม่ต่างกันเลย ไม่ถึงกับเป็นเกรดเอ แต่ก็ไม่ได้แย่อะไรมากมาย แต่ถ้าเทียบกับ Vios แล้วล่ะก็ ช่วงล่างของ Vios ยังดีกว่า แต่ถ้าเทียบกับ new City แล้ว March กับ Almera ดีกว่าครับ
  • Almera ติดแก็ส LPG ได้จุกว่า คือใส่ถังได้ใหญ่กว่าเยอะ ใส่ถังแคปซูลแล้วยังเก็บยางอะไหล่ได้ด้วย แต่ March ทำติดได้แต่ถังโดนัท แถมเก็บยางอะไหล่ไม่ได้ ต้องวางไว้ก็ลำบากอีก
  • เครื่องยนต์และการประหยัดของทั้ง March และ Almera เท่ากัน ความประหยัด มันก็ประหยัดตามมาตรฐานอยู่แล้ว และประหยัดกว่าเครื่อง 1,500 cc ทั่วไปอยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็อยู่ที่ “เท้า” ใคร เท้ามัน ล่ะครับ เหยียบมากก็กินมาก
ทีนี้ผมจะมาพูดถึงปัจจัยที่เราจะมาคำนึงกันแบบช็อตต่อช็อตกันเลยดีกว่า จะได้ตรงใจกันไปเลย
  • หากการใช้งานของคุณเป็นแบบในเมืองใหญ่เช่น กรุงเทพ ที่รถติดมาก ไปห้างบ่อย เข้าซอยเล็ก เช่าอพาร์ทเมน พักในคอนโด บ้านไม่มีที่จอดรถ หรือที่จอดรถน้อย แนะนำว่า March เหมาะสุดกับคุณครับ
  • หากการใช้งานของคุณต้องมีการบรรทุกคนบ่อยๆ และหลายคน เช่น ไปกันทั้งครอบครัว ไปเที่ยวต่างจังหวัด พักหลายคืน นั่งกันอย่างน้อย 5-6 คน เบียดกันบ้างก็ไม่เป็นไร แนะนำเลยว่า Almera คือคำตอบของคุณครับ
  • หากการใช้งานของคุณต้องการเอาไปติดแก๊ส ให้มันประหยัดสุดๆ แล้วก็ไม่ต้อง “เติมแก๊สบ่อยๆ” แนะนำว่า Almera ก็คือคำตอบของคุณอีกเช่นกันครับ
ผมสรุปให้ 3 แบบเท่านั้นพอนะครับ คิดว่าครอบคลุมพอให้ตัดสินใจเลือกได้แล้วว่าจะเอารุ่นไหน เพราะว่าความแตกต่างของทั้ง nissan almera และ nissan march นั้นเป็นเรื่องของ รูปทรง และโครงสร้างของรถเท่านั้น เรื่องของเครื่องยนต์ และวัสดุ รวมทั้ง ดีไซน์ภายในนั้น เหมือนกันหมด ดังนั้นต้องมองเรื่องของการใช้งานในชีวิต และ Life Style ของคุณเป็นหลักสำคัญครับ จะได้ตรงใจกับคุณมากที่สุด หรือไม่ก็เลือกเอาตามแบบที่คุณชอบ เช่นบางคนชอบกับทรงของ March อยู่แล้ว ยังไงก็เลือก มาร์ช แน่นอนอันนี้ก็ไม่ว่ากันครับ

แถมไว้นิดนึงเพื่อการตัดสินใจ ของผู้ที่สนใจ Eco Car ทุกคน เปรียบเทียบ Eco Car หลายยี่ห้อที่ออกมาตอนนี้ รวมทั้ง ราคารถนิสสัน ทั้งสองรุ่นที่ผมกล่าวมาด้วย โดยรุ่นที่เอามาเปรียบเทียบนี้คือ รุ่นท็อป เลยนะครับ

ราคารถนิสสัน

สุดท้ายอยากจะขอฝากนิดนึง เมื่อเลือกรถมาได้แล้ว ในการขับขี่ขอให้ระมัดระวังให้มากๆนะครับ รักษากฎระเบียบ และวินัยจราจร ด้วยนะครับ เพราะแม้ว่าจะเป็น เหล็กหุ้มเนื้อ แต่ Eco Car นั้น ไม่ได้ทำจากเหล็กล้วนๆ เหมือนรถยนต์ในสมัยก่อน มันผสมพวกคาร์บอน และใช้เหล็กผสมให้น้อยลง เพื่อเกิดความเบา รวมทั้งลดต้นทุนในการผลิต แนะนำว่า อย่าชนจะดีที่สุดครับ เพราะมันยุบง่าย แถมเคาะก็ไม่ได้อีกด้วย ต้องเปลี่ยนอย่างเดียว ระมัดระวังให้มากๆ ผมเคยเจอรถ March ประสบอุบัติเหตุที่เส้นทางถนนมิตรภาพ ไปปากช่อง สภาพรถเหมือนกระดาษเลยครับ ยับยู่ยี่ไปหมด เพราะวัสดุที่มาทำมันไม่ได้แข็งอะไรมากมายไงครับ แม้ว่าในเรื่องของสมรรถนะ การขับขี่ของ รถนิสสัน อัลเมร่า และ march ต้องบอกว่าของเค้าชัวร์จริงๆ การเข้าโค้งนี่ หนึบมากๆ แต่อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุ ไม่ได้เกิดจากการขับของเราอย่างเดียวนะครับ คนอื่นอาจจะขับเสียหลักมาชนเราก็ได้ แต่หากเราระมัดระวังตลอดเวลา และไม่แซงในจุดที่เสี่ยง หรือปาดไปมา ซิ่งอะไรมากมาย อุบัติเหตุนั้นก็ยากที่จะเกิดครับ ฝากเอาไว้เพราะเป็นห่วงครับ

ถ้าหากถูกใจในบทความที่ผ่านมาของผม ช่วยกันกด Like หรือไม่ก็นำไปแชร์ต่อทีนะครับ อยากให้ทุกคนได้อ่าน และได้รับรู้ครับ เพื่อปลุกสำนึกที่ดีในการขับขี่ และวินัยจราจรที่ดีจะได้มีเกิดขึ้นเสียทีครับ เริ่มจากในกรุงเทพกันก่อนเลยครับ เอาไปแชร์กันใน Facebook ได้เลยนะครับ หรือจะติดตามบทความผมจาก Twitter ก็ได้เช่นกันครับ